วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

หาลูกค้าเรื่องง่ายๆ

การหาลูกค้าสำหรับตัวแทนใหม่นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับตัวแทนรุ่นเก๋านั้น เป็นเรื่องง่ายเสมอ มาดูกันครับเทคนิคที่รุ่นพี่ทำกัน
  1. เป็นฝ่ายรุกเสมอ เริ่นต้นสนทนาก่อน
  2. ป่าวประกาศหาลูกค้าแสดงตัวว่าเราขายสินค้าอะไร การแจกนามบัตร
  3. พัฒนาศิลปะการพบคน ไม่ปิดตัวเอง ออกไปทำกิจกรรม เช่นงานคอนเสิร์ต ห้องสมุด วัด ชมรม
  4. ป่าวประกาศว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ผ่านไลน์ Facebook Instragram
  5. พัฒนาทักษะการพูดคุย เพื่อพัฒนาสติปัญญา
  6. พลังความคิด พิชิตการถูกปฏิเสธ การกลัวการถูกปฏิเสธเป็นความคิดแง่ลบ เขาปฏิเสธไม่ใช่ปฏิเสธเรา มันอาจไม่เกี่ยวกับเราก็ได้
  7. พัฒนาศิลปะการตั้งคำถาม ถามให้ทรงพลัง ถามชวนให้ตอบ ในเรื่องเขา
  8. เปิดตาให้กว้าง สอดส่องบ้างว่าโลกข้างนอกบ้าง นอกจากตัวเอง
  9. มองหาให้ถูกที่ เปิดโอกาสให้รู้จักคน ยอมลงทุนเรียน ยูโด ทำอาหาร ออกกำลังกายฟิตเนส
  10. ทำตัวเองให้เป็นธรรมชาติ สร้างความประทับใจ คนเราไม่สมบูรณ์ทุกเรื่องหรอก
  11. ไม่ต้องเลิศเหมือนดารา เขาชอบที่เป็นเรา ความรักเบ่งบานภายใน
  12. ค้นหากำแพงกั้น ขจัดความกลัวในใจ กลัวการถูกปฏิเสธ
  13. ทำชีวิตให้เป็นสุข ลูกค้าชอบคุยกับคนที่มีความสุข
  14. สลายสายสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ให้ขาดสะบั้น
  15. ภาพลักษณ์ที่ใช่ การแต่งกายที่สะอาดสะอ้าน มีความรับผิดชอบ พึ่งได้  น่าไว้ใจ

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

12 P แห่งความสำเร็จ MDRT

The 12 P’sFollow these steps to boost your performance

.By Bruce W. Etherington, CLU, CH.F.C


ในระหว่างการทำงานของฉันฉันได้พัฒนา 12 หลักการของธุรกิจที่ฉันเชื่อว่าทุกคนควรรู้ ทำตามสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นในธุรกิจและในชีวิต


1. Prospects

หาลูกค้าในอนาคตเพื่อยกระดับคุณภาพของลูกค้าของคุณ คุณจะต้องมีกระบวนการที่มุ่งเน้นการสำรวจลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมที่ วิธีการคือการตรวจสอบลูกค้า 20 อันดับแรกของคุณเป็นประจำทุกปี


2. Process การใช้เวลาของเรา เราต้องมีกระบวนการที่กำจัดความไร้ประสิทธิภาพและทำติดตามเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำ และเมื่อต้องทำเมื่อมีการอ้างอิง เช่น


การอ้างอิงเราจะส่งจดหมายพร้อมกับ สำเนาจดหมายถึงลูกค้าใหม่ของเรา จากนั้นเราอนุญาตให้โอกาสที่บ่มเพาะความสัมพันธ์  สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของคุณสามารถติดต่อกับลูกค้าใหม่ของคุณและพูดสิ่งที่ดีเกี่ยวกับคุณ

ในหลายกรณีลูกค้าจะโทรหาลูกค้าใหม่และถามว่าทำไมเขาหรือเธอถึงเลือกเราจากนั้นเราโทรโดยตรงไปยังลูกค้า นี่เป็นกระบวนการที่ทำให้ฉันสามารถโทรศัพท์และทำการนัดหมายใหม่ในปฏิทินของฉันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล


3 Preparatin การเตรียมภาพสิ่งที่ได้จากการประชุมและเตรียมความพร้อม ไม่เพียง แต่การเตรียมคำพูด แต่ยังเตรียมความพร้อมทางจิตวิทยาสำหรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในความเป็นจริง จะถามคำถามเพื่อเพิ่มความมั่นใจ สำหรับบางสิ่งที่คุณกำลังพูดในระหว่างการนำเสนอ การเตรียมพร้อมและการป้องกันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง


4.Preview ดูตัวอย่างเมื่อเราเข้าไปในโชว์รูมตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ เราอยู่ที่นั่นเพื่อดูตัวอย่างที่ดีที่สุดของ รถยนต์ ความสามารถในการผลิตและความสามารถในการผลิตของพวกเขาในเวลานั้น เราบอกว่านี่เป็นตัวอย่างของสิ่งที่เราทำและวิธีที่เราทำ และถ้าคุณชอบตัวอย่างเฉพาะนี้เราจะย้อนกลับและออกแบบหนึ่งสิ่งที่คุณต้องการหรือต้องการที่จะเข้ากันได้อย่างเหมาะสมและรวมเข้ากับพอร์ตการเงินโดยรวมของคุณ แต่ถ้าคุณชอบตัวอย่าง จงเป็นสาเหตุถ้าคุณไม่ชอบตัวอย่างถ้ามันไม่ทำให้คุณอยากอาหารเราไม่ต้องเสียเวลาไปกับการทำสิ่งที่จะไม่ไปไหน เรากำลังแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของสิ่งที่เราทำและเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีที่เราทำ


5 Patience ความอดทนวัตถุประสงค์หลักในการติดต่อกับลูกค้าของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน มันเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปโดยปัจจัยความเชื่อมั่นจะต้องไม่เกินความไม่แน่นอนว่าพวกเขาควรไว้วางใจที่ใด และเมื่อมีปัจจัยความเชื่อมั่นเข้ามาเราก็สามารถใส่สติปัญญาและความรู้ลงบนโต๊ะและช่วยผู้อื่นให้ช่วยเหลือผู้อื่นได้ อดทนเพราะมันจะแยกคุณจากกลุ่มส่วนใหญ่


6 Persistence อย่างแน่นอน ความคงอยู่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนสิ่งที่ติดตา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาฉันพบว่ากรณีที่ดีที่สุดมักจะต้องใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในส่วนของฉันและความพยายามอย่างมากในความเป็นจริงเรามีความคืบหน้าหลายกรณีในวันนี้ซึ่งแต่ละคดีต่อเนื่องมานานกว่าห้าปี เชื่อว่าในที่สุดจะนำไปสู่การขาย ความคงทน - ไม่มีสิ่งทดแทน


7 Passion ไม่ว่าคุณจะหลงรักคนธรรมดาหรือคนตายก็ตาม ด้วยความยิ่งใหญ่ โดยไม่ต้องมาที่ดีที่สุดธรรมดา พ่อของฉันโจซึ่งเป็นไอคอนอายุ 40 ปีและผู้จัดการฝ่ายขายในธุรกิจประกันวินาศภัยบอกกับฉันว่าสำหรับโอกาสที่จะอุ่นใจเกี่ยวกับความคิดพนักงานขายจะต้องร้อนแรง เราเติมเชื้อเพลิงด้วยความรัก คุณมีความหลงใหลในอาชีพของเราอย่างไร? ความเจริญรุ่งเรืองค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถเพิ่มปัจจัยปัจจัยให้กับชีวิตของลูกค้าของคุณแล้วประกาศให้คนที่คุณเห็นอย่างกระตือรือร้นตามเป้าหมายวัตถุประสงค์และการเงิน


8. Prosperity ค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถเพิ่มปัจจัยปัจจัยให้กับชีวิตของลูกค้าของคุณแล้วประกาศให้คนที่คุณเห็นอย่างกระตือรือร้นตามเป้าหมายวัตถุประสงค์และการเงินของพวกเขา



9 Profesional เป็นมืออาชีพและให้มันแสดง ให้มันแสดงในชุดของคุณและรองเท้าของคุณในเสื้อของคุณกดเน็คไทที่คมชัดของคุณกระเป๋าเอกสารขัดเงาของคุณในโชว์รูมที่เตรียมไว้ของคุณสำนักงานสะอาดและมีประสิทธิภาพของคุณและการตั้งค่าลูกค้าของคุณดูเมื่อพวกเขาเข้าห้องประชุมคณะกรรมการหรือสำนักงานของคุณ มืออาชีพ "พัตต์" ทั้งหมด - สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพิ่มขึ้นในรอบที่ชนะและทำให้คุณดูเหมือนเป็นมืออาชีพ เป็นทรัพยากรระดับมืออาชีพสำหรับลูกค้าของคุณ ยกระดับการศึกษาและความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำและวิธีการที่พวกเขาทำและทำมันในลักษณะที่เป็นมิตรและเป็นมืออาชีพ


10 Path เส้นทางสู่ MDRT และคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับ Top of the Table และอื่น ๆ นั้นมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนและจะเปิดเผยให้คุณทราบทีละขั้นตอน ฉันใช้เวลาสามปีในการ "ลงบันได" เพื่อให้มีคุณสมบัติสำหรับ MDRT เป็นครั้งแรกในปี 1969 ถ้าไม่ใช่เพื่อเพื่อนของฉัน George R. Merchant สมาชิก MDRT 49 ปีจาก Sarnia, Ontario, Canada ผู้สนับสนุนฉัน เพื่อก้าวสู่เส้นทาง MDRT ด้วยแนวคิดการขายที่เรียบง่ายฉันอาจไม่เคยมีคุณสมบัติและได้รับการคัดเลือกจากองค์กรการขายที่ใหญ่ที่สุดในโลก


11 Priorities   ลำดับความสำคัญแสดงลำดับความสำคัญของคุณทุกวันรายสัปดาห์รายเดือนรายไตรมาสและรายปี โดยการมุ่งเน้นทุกวันและทุกสัปดาห์ในเป้าหมายที่สำคัญที่สุดลำดับความสำคัญของคุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของคุณ โดยมุ่งเน้นที่ลำดับความสำคัญของเราเรามีประสิทธิภาพกับลูกค้าของเรา; ปรับปรุงสร้างและปรับแต่งกระบวนการของเรา และเตรียมตัวเป็นประจำสำหรับการประชุมของเราด้วยภาพตัวอย่างที่มีประสิทธิภาพ


12 Personal faith ศรัทธาส่วนบุคคลนี่คือ "P" ที่สำคัญสำหรับฉันเพราะมันช่วยให้ฉันเอาชนะพายุมากมายในชีวิตของฉัน MDRT สนับสนุนให้บุคคลมีความสมบูรณ์ซึ่งหนึ่งในเจ็ดเสาหลักคือ "จิตวิญญาณ" ผู้เล่นเบสบอล Hall of Fame เออร์นี่แบงก์เคยยืนบนแพลตฟอร์มหลักของ MDRT และกล่าวว่า


"ชีวิตเหมือนเบสบอลเพชร:

ฐานแรกคือกายภาพ

ฐานที่สองคือสังคม

ฐานที่สามคือจิตและบ้านคือจิตวิญญาณ

ถ้าคุณต้องการได้บ้านที่ปลอดภัยคุณต้องมีมิติแห่งชีวิตของคุณ

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อะไรที่ทำให้คนประสบความสำเร็จ

อะไรที่ทำให้คนที่สำเร็จต่างจากคนที่ล้มเหลวมาดูกันครับ มีคำที่เกี่ยวข้องหลายคำ ซึ่งหากดูจากคำ
ตัวอักษรนั้น มี ภาษาอังกฤษ 26 ตัว คือ
A B C D E F G H I J
K L M N O P Q R S
T U V W X Y Z

หากแทนที่ทั้งหมดด้วยตัวเลข
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

จะพบว่า

Knowledge (ความรู้)
K+N+O+W+L+E+D+G+E
11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%

Workhard (ทำงานหนัก)
W+O+R+K+H+A+R+D 23+15+18+11+8+1+18+4 = 98%. 

แสดงว่าความรู้กับการทำงานหนักมีความสำคัญเท่ากับ 96% และ 98% ต่อชีวิต



 LUCK (โชค ดวงดี)
L+U+C+K
12+21+3+11 = 47%

LOVE (ความรัก)
L+O+V+E
12+15+22+5 = 54%

ดูๆ แล้วสิ่งที่เรานึกว่าเป็นสิ่งสำคัญ ก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่เราคิดไว้

แล้วอะไรหละ ที่จะเป็น 100% ของชีวิตคนเรา ?


Money (เงินทอง) อย่างงั้นเหรอ ?
M+O+N+E+Y
13+15+14+5+25 = 72%

Leadership (การเป็นผู้นำ)
L+E+A+D+E+R+S+H+I+P
12+5+1+4+5+18+19+9
+16 = 89%

ก็ยังไม่ใช่อีก
จริงๆ แล้วสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราเต็มร้อยนั่นก็คือ

ATTITUDE
(ทัศนคติ/ความคิด)
A+T+T+I+T+U+D+E
1+20+20+9+20+21+4+5
= 100%


คำถามภาษณ์เพื่อค้นหาตัวแทนใหม่


  1. พอใจกับงานที่ทำอยู่ไหม
  2. ทำไมถึงพยายามขนาดนี้ ขยันขนาดนี้ ค้นหาแรงจูงใจ
  3. ถ้าเลือกได้อยากทำงานแบบไหน พอใจกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าไหม
  4. ความสำเร็จในอดีต รู้สึกภูมิใจเรื่องอะไร
  5. การเรียนรู้สิ่งใหม่ชอบเรียนไหม
  6. มีวินัยในตัวเอง ทำงานเองได้ไหม
  7. มีไหวพริบ การสื่อสาร มีหลักการพูด มีเสน่ห์ ไม่บ่น บุคคลิกดี
  8. มีความซื่อสัตย์ มีคนที่เคารพนับถือมีเหตุผล มีคนต้นแบบไหม
  9. มีตลาดไหม มีพี่น้องไหม

supervise agent

หลักการทำงานของตัวแทนต้องหาคนที่สามารถเป็นหัวลากขององค์กร
คนคนนี้จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างดี
หลักการดูแลตัวแทนต้องมี KPI สำหรับหัวหน้าหน่วย ดังนี้
  1. ตรวจสอบกิจกรรมตัวแทนทุกสัปดาห์หรือไม่. สูตรสำเร็จนัดหมาย 15  ต่อรายชื่อ10  เสนอ ขาย7 ขายได้ 1 เคส
  2. การออกตลาดหรือไม่ให้เขาได้ฝึกเกิดกล้าทั้งทั้งที่เขากลัว ตอบแบบสอบถาม การปิดการขายและการออกบูธ
  3. รู้ถึงแบบประกันและ concept ตัวแทนแบบประกันบางแบบเหมาะกับบางคนเขาจะมีออราในการนำเสนอเองจะเรียนรู้ในระดับหน่วยก่อนวันละ2- 3 ชั่วโมงรวมทั้งสิ้น30 ชั่วโมง ฐานตลาดของเขาเป็นอย่างไร เป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจหรือนักวิชาชีพซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันมนุษย์เงินเดือนนั้นเข้าพบง่ายแต่ไม่มีเงิน เจ้าของธุรกิจพบยากแต่ต้องทำให้เขาชอบบริการเขาเกินความคาดหมาย. นักวิชาชีพต้องมีความเป็นมืออาชีพการนำเสนอเรื่องของการลงทุนโดยออกแบบให้เหมาะสมตัวแทนแต่ละคนการดูแลที่แตกต่างกัน
  4. หลักการที่เรียน สม่ำเสมอเหมือนรถคันเก่าที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันสม่ำเสมอการลงทุนให้ตัวเองมีความรู้เรียนเช่นหลักสูตร CHLP แ้้ละของคุณมนตรีแสงอุไรพร ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาการทำงานเจ้าของธุรกิจประมาณ 80% เป็นเจ้าของคนเดียวจะส่งต่อเรื่องความมั่งคั่งให้หลานได้อย่างไรคนไทยส่วนใหญ่ไล่งับเงินแต่เก็บเงินไม่อยู่
  5. ให้ตลาดใหม่ปัญหาของตัวแทนจะเกิดขึ้นหลังจากหมดตลาดธรรมชาติ บริษัทใช้เครื่องมือในการบริการเช่น ECM CRM หรือการมอบเคสให้ดูแลการกระตุ้นให้ตัวแทนดูแลกันเองเค้าจะรักกันการทำเพื่อตัวเองมีความอดทนน้อยประจานทำเพื่อคนอื่น
  6. หัวหน้ารู้จักคนสำคัญพ่อแม่ลูกพี่น้องมาอยู่ในอาชีพนี้คุณต้องทำให้คนที่รักเราที่สุดสบายใจภายในสามถึงหกเดือน ถึงจะเดินไปข้างหน้าได้ในสิงคโปร์นั้นการรักใครสักคนต้องไปที่บ้านที่บ้านอนุญาตให้ทำงานเค้าจะสบายใจถ้าไม่อนุญาตเค้าจะไม่กล้าพูดเค้าจะเดินหน้าสามเก้าและถอยหลังสามก้าว
  7. ตัวแทนเข้า สโมสรประจำสัปดาห์ประจำเดือนหรือไม่ตัวแทนหลังจาก. เอฟเอไม่รู้จะไปไหนเค้าต้องได้รับบรรยากาศคนใหม่ทัศนคติจะเพี้ยนจ้าถูกปฏิเสธและกดดัน ทัศนคติเวียงคลับจะช่วยจูนทัศนคติการส่งตัวแทนเข้าส่วนกลางต้องระวังเรื่องรักคนอื่นการดูแลตัวแทนนั้นการอยู่กับตัวเองเค้าจะคิดเล็กการอยู่กับคนอื่นเค้าจะได้รับบรรยากาศเค้าจะมีความอิจฉาแต่ไม่ริษยาความคิดเขาเขาใหญ่ขึ้นคนเราจะเป็นค่าเฉลี่ยของห้าคนที่คบเช่นมีความกระตือรือร้นมีพลังเพื่อนที่คบหนังสือที่อ่านย่อมมีผลต่อทัศนคติเช่นหนังสือการ์ตูนหนังสือกรุงเทพธุรกิจหนังสือซุบซิบ เป็นต้น
  8. ตัวแทนสามารถเข้าพบหัวหน้าได้หรือไม่กำหนดวันที่สามารถเข้าพบได้เช่นวันจันทร์วันพุธการเป็นพ่อแม่ต้องแจ้งให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่มีวันว่างวันไหนที่สามารถเข้าพบได้
  9. การแข่งขันแบบสมเหตุสมผลและทำให้ตัวเองมีความตื่นเต้น
  10. มีการประชุมหน่วยหรือไม่จากกำหนดอาทิตย์ละครั้งเช่นวันจันทร์หรือวันพุธไม่ว่าอายุนานขนาดไหนก็ตามคุณจะต้องเข้าเพราะเป็นธุรกิจของตัวเองอย่างน้อยครึ่งวัน.   
คนเราต้องเก่งสี่อย่างคือ เก่งคน เก่งงาน เก่งคิด เก่งดำเนินชีวิต

ชีวิตคนเรา
10 ปีแรกไร้เดียงสา
10 ปีต่อมาเล่าเรียนศึกษา
10 ปีต่อมาค้นหาชีวิต
10 ปีต่อมาสร้างหลักปักฐาน
10 ปีต่อมารักสาไว้ให้มั่นคง
10 ปีต่อมารักษาสุขภาพให้แข็งแรง
10 ปีต่อมารอคอยกับบ้านเก่า





วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เทคนิคการจัดการปัญหา

คำโบราณที่ผู้เขียนคุ้นเคย บอกว่า “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งเห็นโคลนตม อีกคนเห็นดวงดาวอยู่พร่างพราว”คนสำเร็จกับคนไม่สำเร็จต่างกัน อยู่ที่การมองปัญหา เป็นทัศนคติต่อปัญหานั้น

  • คนสำเร็จมองปัญหาเป็นสถานการณ์คำว่าสถานการณ์เป็นคำกลางๆไม่ติดลบ เช่นตอนนี้มีสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้น 
  • คนสำเร็จมองปัญหา เป็นความท้าทายเขาสามารถดึงความสามารถมีคุณค่าตื่นเต้นอยากจะเอาชนะมีความคิดที่ดีมีหนทางดีดีเสมอมีประสิทธิภาพในตัว 
  • คนสำเร็จ คนสำเร็จมองปัญหาเป็นโอกาส เปลี่ยนโอกาสที่ไม่คาดคิดมองเห็นข้อดีของทุกสถานการณ์คุณประโยชน์ใดใดที่ได้เรียนรู้ 
  • ปัญหาเหมือนคลื่นในมหาสมุทรที่ไม่เคยหมดไปปัญหาเช่นเดียวกัน
  • หากรู้จักปัญหาจะอยู่เหนือปัญหายอมรับมัน เผชิญหน้ามันด้วยความรู้สึกตื่นเต้นท้าทาย
  • คนที่ประสบความสำเร็จรู้ว่าพวกเขาล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่ายิ่งอยากประสบความสำเร็จให้เร็วยิ่งต้องล้มเหลวให้เร็วให้มาก เพราะความล้มเหลวอยู่บนความหนทางของความสำเร็จเสมอ 

วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เทคนิคของคนที่ประสบความสำเร็จ

 เทคนิคของคนที่ประสบความสำเร็จ

 วิสัยทัศที่ชัดเจน มีเป้าหมายที่ชัดเจน คุณรู้ใจของคุณเองว่าคุณอยากเป็นอะไรเพราะคุณจะได้รู้ปลายทางของคุณ อาจมีเครื่องบินที่ดีที่สุดหรือเรือที่ดีที่สุดในโลก แต่ แต่กัปตันไม่รู้จะไปที่ไหนเค้าจะขับวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น หากนักบินไม่รู้ว่าจะขับไปที่ไหนเค้าจะขับวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น

  • คุณนึกถึงเป้าหมายนั้นอยู่เสมอ คุณไม่รู้เป้าหมายของคุณคืออะไรลองเดาและหาให้เจอเพราะมันเปรียบเหมือนเชื้อเพลงที่ทำให้คุณตื่นตัวถ้าคุณไม่รู้อะไรคือเป้าหมายของคุณคุณไม่มีทางประสบความสำเร็จได้แน่นอน
  • อีกอย่างหนึ่งคุณตั้งเป้าหมายให้สูง ตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ต้องคิดการใหญ่เข้าไว้ เพราะนั่นทำให้คุณบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ ในที่สุดนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนประสบความสำเร็จโดยบางอื่นไม่ได้ “จงยิงไปที่ดวงจันทร์ทรา เพราะแม้จะพลาดคุณจะยังอยู่ท่ามกลางดวงดรา ”เลส บราว
  • มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะอายุมาก อายุน้อย หรืออายุเท่าไหร่ ทุกคนทำได้ ถ้าเราตัดสินใจว่าจะลงมือทำ จะเป็นที่หนึ่งให้ได้ 
  • แต่คุณทำไปโดยไม่พยายามคุณทำผิดพลาดแล้ว เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณทำถ้าคุณไม่สร้างหรือทุ่มเทความพยายามอย่างมากอย่าหวังที่จะประสบความสำเร็จ

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

กำลังใจนายประกันเมื่อท้อ

อาชีพประกันเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทัศนคติในการทำงาน คุณต้องมีความเชื่อว่าอาชีพคุณดีพอ ทำประโยชน์ให้กับสังคม เป็นอาชีพที่ผู้ขายได้ ผู้ซื้อก็ได้เช่นกัน บางทีการทำงานก็มีท้อบ้างแต่อย่าให้กำลังใจคุณตก ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง ที่เป็นคำพูดเพื่อเป็นกำลังใจนะครับ

ไม่มีอาชีพไหนหรอกที่ให้เราขนาดนี้
ไม่มีอาชีพไหนหรอกที่มั่นคงขนาดนี้
เราเหนื่อยแค่ไหนเราก็มีรายได้มากแค่นั้น
เราทำอาชีพอื่นเราก็ได้เท่าเดิม
คนอื่นทำอาชีพอะไรก็เหนื่อยเหมือนกันหมด
อาชีพของเราเป็นอาชีพมหัศจรรย์
คุณอย่าลืมความฝันของคุณสิ

เราเกิดมาในชีวิตนี้ฝันอยากได้อะไร ถ้าเราทำงานกินเงินเดือนจะได้ไหม เชื่อครับทำงานทุกอย่างก็เหนื่อยทุกอย่างแต่เหนื่อยแล้วจะคุ้มกับค่าเหนื่อยหรือค่าตัวของเราไหม เหนื่อยแล้วอนาคตข้างหน้าจะสดใสไหม อาชีพนี้เหนื่อยแค่ไหน ทุ่มเทแค่ไหนสิ่งที่ได้มานั่นคือความสุข ความเชื่อมั่นในอนาคตแน่นอน


ธุรกิจประกันชีวิตเป็นธุรกิจแห่งความรัก ตัวแทนคือกามเทพสื่อรัก ทุกคนต้องมีความรัก รักตัวเอง รักครอบครัว รักคนรอบข้าง ธุรกิจตอบแทนความรักอย่างแท้จริง บางคนบอกว่ารัก แต่ถ้าคนที่จากไปแล้วปล่อยให้คนข้างหลังลำบากอย่างนี้บอกว่ารักได้หรือป่าว คุณคือตัวแทนสื่อรัก สื่อให้ครอบครัวให้ความมั่นคง  มีความรัก เพราะการเก็บเงินกับประกันมั่นคงมาก เจ็บป่วยก็เบิกได้ เป็นอะไรขึ้นมาคนข้างหลังไม่ลำบาก ต่อลมหายใจให้คนข้างหลัง ครบสัญญามีเงินก้อนโตให้เขาได้ใช้ มองให้ดีว่าเป็นธุรกิจที่ดีมาก

ทุกครั้งที่เขาปฏิเสธ จงมองว่าเราเป็นผู้บริโภคมิใช่ผู้จำหน่าย ทำไมเราจะต้องขายให้กับครอบครัวนี้ เพราะมองว่าเราก็เป็นผู้บริโภคเหมือนกัน มันดีอย่างไร ถ้ามองว่าเราเป็นผู้จำหน่ายแววตาของเราจะเห็นแต่ประโยชน์ของเขาอย่างเดียว ทำไมคุณต้องทำตอนนี้ วันนี้ เดี่ยวนี้ ถ้าไม่ทำโทษที่เขาได้รับคืออะไร



วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

วิธีคิดจัดการกับปัญหาการถูกวิพากษ์วิจารณ์

ในชีวิตมักถูกคนรอบข้างตัดสินและวิพากวิจารณ์เช่น 
เรื่องการเรียน  การงาน  การแต่งงาน 
หรือเรื่องอื่นๆ สารพัด
 กระแสวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้มักส่งผลให้เราเครียด
 ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า ในวันที่คุณเกิดมาคุณเกิดมาคนเดียวจากช่องคลอดแม่ใช่ไหม?
เวลาคุณตายคุณอยู่ในโลงคนเดียวใช่ไหม  หรืออยากเอาใครไปอยู่ด้วย ?

ผมกำลังบอกว่า หากคุณแคร์กับคำพูดคนรอบข้าง คุณอายุเท่านี้แล้ว 
คุณจะไม่มีวันใช้ชีวิตอย่างอิสระ เพราะสังคมสมัยใหม่นี้เป็นสังคมรีวิว

 ฉะนั้นคุณท่องสองพยางคนนี้ "ช่างมัน" แล้วเดินต่อทันที 

ไม่มีอะไรน่ากลัวมากกว่าความคิดตัวเราเอง

 อย่าโทษพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน 
คุณลองส่องกระจกแล้วพูดกับตัวเองว่า ฉันจะไม่ยอมหยุดตัวเองอีกต่อไป

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559

การเลี้ยงลูกในยุคเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำอย่างไร



การเลี้ยงลูกไม่มีรูปแบบตายตัวครับ ลูกใครก็ต้องหาวิธีของแต่ละคน
เด็กมีจุดดีจุดแข็งต่างกัน ต้องนำมาเขย่าให้ตรงกับลูกแต่ละคน

ซึ่งในสังคมที่มีแหล่งข้อมูลมากมากนั้น ดีที่สุดคือการให้ลูกเราสามารถแยกแยะได้ว่า อะไรดี อะไรควร อะไรไม่ควร สิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก

พยายามให้เขาใช้พิจารณาญาณหลาย ๆ อย่าง ถึงจะเป็นเด็ก  ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมีวิจารณะญาณที่ซับซ้อน แต่ต้องให้เขาเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆน้อย ใส่ความรัก ความอบอุ่น สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง

 สิ่งเหล่านี้เป็นภูมิคุ้มกันให้เขา เมื่อเขาโตขึ้น เป็นลูกที่มึความสมบูรณ์ ในใจ สามารถบริหารจัดการอารมณ์ จิตใจ ตัวเองได้ ต่อให้ข่าวสารมากมายขนาดไหน หรือสถานการณ์แบบไหน เขาก็จะจัดการได้

ทำอย่างไรจะไม่ทะเลาะกับลูก

การทะเลาะวิวาท ความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อ แม่ ลูก เป็นปัญหาปกติ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในครอบครัว ทุกครอบครัวล้วนต้องประสบพบเจอกับปัญหาเหล่านี้ทั้งนั้น ไม่มากก็น้อย แตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน การดำเนินชีวิต สภาพอารมณ์ในขณะนั้นๆ ของคนในครอบครัว 

ดังนั้น ต้องเข้าใจว่า “ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องปกติ” ที่เกิดขึ้นได้ในครอบครัว ให้ลองคิดดูง่ายๆ ว่า ถ้าเราไม่ใช่ลูกของพ่อแม่ หรือ ถ้าพ่อแม่ไม่ใช่พ่อแม่ของเรา ปัญหานี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ อย่าถามหาคนผิด เพราะไม่มีใครผิด ทุกคนมีความรัก ความห่วงใย เป็นพื้นฐาน ปัญหาที่เกิดจากความรัก ความห่วงใย เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้น เป็นประจำ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นหมายถึงว่า ไม่ว่าเราจะอยากให้มันเกิดหรือไม่ มันก็เกิด และจริงๆ ก็คือ มันเกิดขึ้นแล้ว 


การคำนึงหวนให้ถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว รังแต่จะทำให้ใจไม่สบาย ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อันใดกับใครเลย ไม่ว่ากับพ่อ แม่ หรือแม้กระทั่งกับเราจะอยู่อย่างไรกับสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ทำอย่างไรไม่ให้สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว มาทำร้ายเรา ทำร้ายครอบครัวของเรา ขึ้นอยู่กับเราแล้ว อยากให้ครอบครัวมีความสุข หรือเต็มไปด้วยปัญหา ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย

 อยากให้หยุดคิด สำรวจถึงสิ่งที่เป็นปัญหาทั้งหมดว่าเกิดจากอะไร พยายามทำความเข้าใจถึงสาเหตุ หากสาเหตุเกิดจากเรา ต้องยินดีว่า พ่อ แม่มีความปรารถนาดี จึงได้ชี้แนะ ซึ่งต้องคำนึงว่า เบื้องหลังของการตำหนิ คือความปรารถนาดี แต่พ่อแม่อาจใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจริงๆ ท่านก็แสดงความรัก ความห่วงใยได้แค่นั้น ลองพิจารณาดูให้ดีว่า ปัญหาเกิดจากการสื่อสารไม่เป็นหรือไม่ อะไรอยู่เบื้องหลังของคำพูด หรือการกระทำนั้นๆ ซึ่งคำตอบที่เป็นความจริงคือ พ่อ แม่ต้องการให้เราเป็นคนดีนั่นเอง ทุกอย่างเกิดจากความรัก


สำหรับครอบครัว ไม่เสียเหลี่ยม หรือน่าละอายเลย หากจะกล่าวคำว่า “ขอโทษ” แล้วเริ่มต้นใหม่ ไม่มีพ่อแม่คนใด มุ่งร้ายต่อลูก เพียงแต่อาจแสดงคำพูด หรือการกระทำที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น ต้องเข้าใจถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของท่านด้วย 

พูดกับลูกอย่างไรให้ลูกร่วมมือและยอมทำตาม



พูดกับลูกอย่างไรให้ลูกร่วมมือและยอมทำตาม


หลายท่านคิดว่า แค่ความรักก็เพียงพอ  จะพูดอย่างไรก็ได้ ซึ่งในความจริงแล้ว การสื่อสารกับลูกเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเด็ก เราอาจสร้างบาดแผลตราบาปหรือความปวดร้าวให้แก่เขาโดยไม่รู้ตัว  และนำผลร้ายมาสู่เขาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

บ่อยครั้งไหมที่ท่าน ตะคอกใส่ลูก กระเนะกระแหน และพูดจาดูถูกลูก?บ่อยครั้งไหมที่ท่าน ป้ายความผิด  ทำให้เขาอับอาย กล่าวหา  เยาะเย้ย ถากถาง ข่มขู่ติดสินบน ตราหน้า ทำโทษ และเทศนาพร่ำบ่น เพื่อสอนลูก เพราะคำพูดของพ่อแม่ เปรียบเเหมือนมีดโกน ที่สามารถทำให้เกิดบาดแผลร้ายแรงทางจิดใจหากมิได้ระวังเหตุใดเราถึงทำเช่นนี้   เพราะพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่า คำพูด  ของตนเองมีอานุภาพที่ทำลายล้างที่ร้ายแรงเพียงใด  เพราะเราขาดความรู้และความเข้าใจ ดังนั้น พ่อแม่ต้องหาวิธีในการพูดจากเพื่อสร้างสัมพันธ์กับลูก

จงยินยอมผ่อนปรนกับความรู้สึกของเด็ก แต่กวดขันหรือเข้มงวดในเรื่องพฤติกรรมของเขา การบ่นและบังคับลูกไม่ได้ก่อประโยชน์อะไร  จะทำให้ลูกโกรธและต่อต้าน  หากเราเข้าใจในมุมมองของเขาให้เขามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ใช้ไม้แข็งเมื่อการจัดการกับพฤติกรรมของเด็ก ใช้ไม้อ่อนกับความรู้สึก ความปรารถนา ความต้องการ และจินตนาการของพวกเขา  เด็กทำตามแรงกระตุ้นภายในของเขา  พ่อแม่คอยช่วยเหลือ  เด็กนั้นต้องมีคำจำกัดความที่ชัดเจนว่าพฤติกรรมใดเป็นสิ่งที่พ่อแม่ยอมรับได้ และรับไม่ได้   เมื่อเด็กรู้ขีดจำกัดตนเองแค่ไหน  เขาจะรู้ว่าเขามีความมั่นคงมากขึ้น

การเลี้ยงลูกที่มีประสิทธิภาพและความรักนั้นพ่อแม่ต้องรู้จักการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจ   การพูดนั้น ต้องเป็นคำพูดที่ปราศจาก ความไม่สนใจไยดี   ปฏิเสธ  วิพากษ์วิจารณ์  ดูถูกดูแคลน  ฉุนฉียวต่อไปนี้เป็นคำแนะนำ ครับ

1.เปิดใจรับฟัง  ฟังความรู้สึกที่ลูกต้องการบอกจากคำพูดของเขา  ว่าลูกรู้สึกและมีปัญหาอะไร  ทำให้ได้เห็นมุมมองและเข้าใจในประเด็นสำคัญที่เด็กต้องการสื่อ  เป็นวิธีพูดที่แสงความเคารพในตัวเด็ก ทำให้เด็กเห็นว่าเราสนใจในคำพูดเขาอย่างจริงจังเช่น เมื่อได้ฟังเขาพูด เช่น  “โอเค แม่เข้าใจแล้ว ขอบใจลูกมาก ที่บอกแม่ว่าลูกรู้สึกอะไรอยู่ แม่ได้รู้ว่านั่นเป็นความคิดเห็นลูก ขอบใจที่บอกแม่นะ “
2.อย่าปฏิเสธความคิดเห็นของลูก อย่าโต้เถียงกับความรู้สึกของเขา อย่าละเลยความปรารถนาของเขา  อย่าหัวเราะเยาะ  รสนิยามของเขา ดูแคลนความาเห็น  อย่าลดคุณค่าในตัวเขา อย่าโต้แย้งกับประสบการณ์ของเขา แต่ให้รับฟัง  เช่น
ถ้าเด็กโอดครวญไม่อยากอาบน้ำเพราะน้ำเย็นมาก   
ผิด: ไม่หรอก ไม่เห็นเย็นเลยสักนิด
ถูก:   ลูกรู้สึกไม่สบาย แถมน้ำก็ดูเย็นมาก ลูกยังไม่อยากอาบน้ำใช่ไหมลูก

3.แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ให้ชี้แนะและกล่าวถึงปัญหาและเสนอหนทางแก้ไข  อย่าพูดอะไรในเชิงลบเกี่ยวกับตัวเด็ก 
ผิด: “ลูกไม่มีความรับผิดชอบเลยนะ  ขี้หลงขี้ลืมเรื่อย ทำไมไม่คืนหนังสือห้องสมุดตรงวันที่กำหนดนะ
ถูก: “ลูกต้องเอาหนังสือไปคืนห้องสมุดนะ มันเลยวันที่กำหนดคืนแล้ว

4.เวลาโกรธ ให้พูดอธิบายสิ่งที่เห็น  ความรู้สึกที่มี  และสิ่งที่คาดหวัง โดยเริ่มต้นประโยคด้วยสรรพนามบุรุษที่หนึ่  เช่น  แม่ โกรธ   แม่หงุดหงิด แม่ตกใจมากเลย  หลีกเลี่ยงคำพูดโจมตีตัวเด็กโดยตรง  เช่น 
ผิด: จะบ้าไปแล้ว ลูกอาจทำให้เพื่อนหัวแตก
ถูก :พ่อโกรธและเสียใจมาก  เราไม่ปาก้อนหินใส่คนนะ  คนไม่ได้มีไว้ให้ทำร้าย

5.จงชมในสิ่งที่เขาทำ อย่างชัดเจน เมื่อคุณต้องการบอกลูกว่าคุณชื่นชมในตัวเขาหรือความพยายามของเขา อย่าพูดเชิงประเมินตัวตนหรือบุคลิกลักษณะของเขา    เช่น 
ผิด:”ลูกทำได้ดีมาก เป็นเด็กที่ทำงานหนัก ลูกเป็นแม่บ้านที่ดีในอนาคต  
ถูก : “ลูกเรียงจานและแก้วเป็นระเบียบมาก ตอนนี้แม่หยิบหาอะไรได้ง่าย ลูกช่วยงานแม่ได้เยอะมาก แม่ขอบใจลูกมากนะ 

6.เรียนรู้การพูดคำว่าไม่ ด้วยวิธีการที่ไม่ทำร้ายจิตใจ โดยยอมให้เด็กได้จินตนาการใสสิ่งที่เราไม่ยอมในโลกความเป็นจริง เพระเด็กยังแยกแยะระหว่างความจำเป็น และสิ่งที่เขาต้องการ     ยอมรับในความปรารถนาของเด็ก  โดยอธิบายว่าคุณเข้าใจความต้องการของเขา เช่น หากลูกต้องการได้รถใหม่
ผิด  ไม่ได้ ลูกก็รู้ว่าเราไม่มีเงินพอที่จะซื้อ
ถูก   โอ พ่ออยากซื้อรถจักรยานให้ลูกจังเลย  พ่อรู้ว่าลูกชอบขึ่รถเที่ยว  แล้วขี่ไปโรงเรียน  มันทำให้ชีวิตลูกสบายขึ้น  แต่ตอนนี้งบประมาณเราไม่พอนะลูก เดี่ยวให้พ่อคุยกับแม่ก่อนนะ ว่าจะซื้อให้ลูกได้หรือไม่   หรือ  พ่อก็อยากจะมีตังส์ ซื้อให้ลูก


7.เปิดโอกาสให้มีทางเลือก  และได้แสดงความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเขา      เช่น  “เวลาเข้านอนของลูกคือระหว่างหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม ลูกตัดสินใจเอาเองว่าลูกง่วงเมื่อไหร่ ลูกก็เข้านอนเมื่อนั้น

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เทคนิคการเป็นที่รักของผู้อื่น


  1. ความจริงใจ คือความเป็นตัวของตัวเองอยู่กับปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าตรงนั้นไม่มีใครเลยนอกจากคุณ ปราศจากสิ่งรบกวน ทบทวนคำมั่นสัญญา
  2. ความเป็นมิตรเสมอต้นเสมอปลาย
  3. สร้างความสำพันธ์โดยแสดงความสนใจที่เต็มไปด้วยความจริงใจออกไป เช่น เป็นการสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างคุณกับผู้อื่น อะไรคือสิ่งที่เขาชอบและพยายามมีส่วนร่วมกับเขา
  4. เห็นอกเห็นใจ มองตา พยายามทำให้ความรู้สึกเป็นกลาง หรือฟังอย่างตั้งใจ โดยไม่แสดงความเห็น

การกำจัดความเครียดได้อยู่หมัด

เคยบ้างหรือป่าวที่รู้สึกเครีบด ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่แนะนำให้ใช้ครับ
  1. เขียนทุกอย่างลงบนกระดาษ อย่าทิ้งอะไรไว้ในสมอง เพราะสมองมีความสารถในการจำเพียงไม่กี่อย่าง
  2. ถ้ามีบางอย่างที่สามารถทำได้ สำเร็จภายใน ๒ นาทีจงรีบทำทันที
  3. มีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี จงลำดับความสำคัญของเรื่อง
  4. ให้ถาดรับงานวางไว้ตรงหน้าคุณตลอดเวลา
  5. ทุกสัปดาห์ต้องสะสางงานให้เสร็จ       หากมีเรื่องต้องตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรเลื่อน ควรขอร้องให้คนอื่นทำแทนหรือปฏิเสธ จงพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่คุณต้องการ แล้วจึงคิดสิ่งที่ต้องทำเพื่อจะได้ผลลัพธิ์ออกมา.   

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

กฎทองคำของผู้นำที่ประสบความสำเร็จ


  1. มีอำนาจในการควบคุมความกลัวหกประการอย่างเด็ดขาด
  2. มีความสามารถในการสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมสามารถชนะความเห็นแก่ตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม
  3. มีเป้าหมายแน่นอนประการเดียว วางแผนการที่แน่ชัดที่จะไปสู่เป้าหมายอันนั้น โดยสอดคล้องกับความจำเป็นของโอกาสหนึ่ง
  4. มีความเข้าใจ และรู้สึก ใช้หลักแห่งจินตนาการ เพื่อเปิดทางให้พลังอานาจความร่วมมือกันทำงานด้วนความสามารถที่กลมเกลียว (อภิจิต)
  5. มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างสูง
  6. มีสมรรถนะในการบรรลุการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและยึดมั่นในการตัดสินใจอย่างเหนียวแน่น
  7. มีจินตนาการมากพอที่จะทำให้สามารถคะเนความต้องการในขณะนั้น และสร้างแผนการให้สอดคล้องกับความต้องการเหล่านั้น
  8. มีความคิดริเริ่มในแบบที่แยบยลที่สุด
  9. มีความกระตือรือร้น และความสามารถในการถ่ายทอดมันให้กับผู้ตามของตน
  10. มีความควบคุมตนเองอย่างมั่นคงที่สุด
  11. มีความเต็มใจที่จะทำงานเกินเงินเดือน
  12. มีบุคลิคต้องตาต้องใจ
  13. มีสมรรถภาพแห่งความถูกต้องเที่ยงตรง
  14. มีความสามารถที่จะร่วมมืกับคนอื่นได้อย่างกลมเกลียว
  15. มีความมุ่งมั่นที่จะ เอาใจจดจ่อ และพากเพียรพยายามต่องานจนบรรลุผลโดยสมบูรณ์
  16. มีสมรรถภาพและ การมองย้อนหลัง เพื่อเรียนรู้จากความผิดพลาดและล้มเหลว
  17. มีความใจกว้างในแบบสูงสุด
  18. มีความปลอดจากสิ่งมึนเมาทั้งปวง
  19. มีเจตนาบริสุทธิ์ ทั้งเป้าหมายและการกระทำ
  20. ประการสุดท้าย แต่มิใช่หมดแค่นี้คือการถือปฏิบัติตามกฎทองคำอย่างเคร่งครัดเป็นพื้นฐานในการปฏิบ้ติต่อคนอื่น ๆ

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

ทำอย่างไรใช้ชีวิตดีขึ้น รวยขึ้น ทำอย่างไร

ความเชื่อนั้นมีผลต่อชีวิตอย่างสูง

ความเชื่อที่จำกัด  ความล้มเหลว ปัญหาจน ถูกคนรักทิ้ง เก็บเงินไม่ได้ ความล้มเหลวของชีวิต การไม่มีทุนทำกิจการ การไม่มีคอนเน็ตชั่น มีแต่คนจ้องหลอกหลวง คนส่วนใหญ่รับมรดกความคิดจากพ่อแม่ มาไว้ในตัวเอง

หากเราไม่เข้าใจใจไม่ยอมรับอย่างแท้จริงใจ  ให้อภัยเราก็จะคิดแบบนั้นทำซะเอง สิ่งที่เรากลัวเราจะ เป็นซะเอง หรือดึงเหตุการณ์นั้นเข้ามาในชีวิตเราได้

เช่น พ่อแม่ที่ล้มเหลวเหตุการณ์นั้น มักเกิดขึ้นกับลูก หากเราทำใจยอมรับ ให้อภัย อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัดไปเลยกับความคิดหลอกตัวเองว่าจนแล้วดี คนรวยไม่ดี เป็นหนี้ดีกว่าคนรวย

จงอย่าคิดโทษพ่อแม่แต่จงคิดว่าชีวิตท่านก็เป็นรูปแบบของท่าน เราก็มีรูปแบบของเรา
เหมือนการสร้างโลกใบใหม่ของเราซึ่ง มีความคิดความเชื่อใหม่ ว่าเราสามารถสร้างมิตรภาพใหม่ได้ มีความสุขแบบที่พ่อแม่ไม่เคยมี  สร้างความรำ่รวยได้  เมื่อลงมือทำก็เห็นโอกาสตัดข้อจำกัด

 ปรับใจว่าเราคู่ควร กับความร่ำรวย มั่นคง  การมีบ้าน รถ การท่องเที่ยว   ขยายใจเปลี่ยนความเชื่อภายในว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทำงานหนัก


แล้วชีวิตท่านจะดีขึ้นครับ

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เทคนิคเลี้ยงเด็กแรกเกิด

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ เทวดาตัวน้อยนับเป็นความสุขยิ่งใหญ่ของครอบครัว แต่การดูแลเจ้าตัวน้อยตามลำพังนับเป็นเรื่องเครียดอย่างหนึ่งทีเดียว เพราะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านอาจวางตัวไม่ถูก ไม่ทราบจะดูแลลูกอย่างไรดี แถมยังอาจเจอปัญหาใหม่ๆ แทบทุกวันด้วย วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดีๆ ในการดูแลเจ้าตัวเล็กจากกุมารแพทย์มาฝากกันค่ะ
       
       1.รับทุกความช่วยเหลือ
       
       คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ โดยเฉพาะคุณแม่อาจเคร่งเครียดกับการดูแลเจ้าตัวน้อยมากจนคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะดูแลลูกน้อยได้ดีที่สุด จนกินข้าวผิดเวลา นอนไม่พอ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายที่ต้องการการฟื้นฟู แถมยังต้องให้นมบุตรของคุณแม่ ฉะนั้น ยอมรับความช่วยเหลือของคนในครอบครัวไม่ให้ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินควรจะเป็นการดีกว่า
       
       2.อุ้มได้อุ้มดีกว่า
       
       หลังคลอดและกลับมาถึงบ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจไม่มั่นใจในการอุ้ม แต่เจ้าตัวน้อยของเราชอบการอุ้มนะคะ เพราะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น เทคนิคคือใช้ทั้งสองแขนอุ้มเขา มือหนึ่งรองใต้ศีรษะและไหล่ อีกมือหนึ่งรองใต้หลังส่วนล่าง เท่านี้ก็ปลอดภัย เพราะกล้ามเนื้อคอของเขายังไม่แข็งแรง
       
       3.การจับเรอเป็นเรื่องสำคัญ
       
       การที่ลูกไม่เรอทุกมื้อไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การจับให้ลูกเรอช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยมีแก๊สในท้องที่อาจทำให้เขาอึดอัด หงุดหงิด งอแง และไม่แหวะนมได้ค่ะ
       
       4.ป้อนนม พัก แล้วนอนหลับ
       
       เมื่อท้องอิ่ม เด็กทุกคนจะเริ่มง่วง และหลับได้ในที่สุด แต่ควรเว้นจังหวะก่อนให้นอนเพื่อให้นมลงสู่กระเพาะ จากนั้นแล้วเขาจะเริ่มง่วงเหมาะสำหรับเอาลงเปล ซึ่งหากลูกนอนได้เองจะช่วยให้ชีวิตคุณพ่อคุณแม่สบายขึ้นอีกมากทีเดียว
       
       5.ล้างมือก่อนอุ้มหนูน้อย
       
       ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของทารกยังอ่อนแอมาก ทำให้ติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย ฉะนั้นหากไปนอกบ้านมา หมั่นล้างมือเสมอก่อนอุ้มทารกจะช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้ดี
       
       6.อย่ามองข้ามวัคซีนป้องกันโรค
       
       พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีน โดยไปพบแพทย์ให้ตรงเวลานัด และสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย
       
       7.ไม่ควรให้นอนคว่ำ
       
       แม้จะเชื่อกันว่าการนอนคว่ำจะทำให้ศีรษะสวย แต่การให้ทารกนอนทับอกและท้องมีความเสี่ยงจะทำให้หายใจไม่ออก หรือแหวะนมได้เพราะหูรูดส่วนต่างๆ ของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวที่จะปรับตามความเหมาะสม เพราะเด็กบางคนถูกจับนอนคว่ำแต่ไม่ชอบ ร้องงอแงพยายามพลิกตัวขึ้นมานอนหงายก็มีเหมือนกัน หรือบางคนก็ว่าง่ายใครจับให้นอนท่าไหนก็นอนนิ่งท่านั้น เพราะฉะนั้น ในข้อนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซีเรียสมากนักค่ะ
       
       8.ป้อนนมโดยทำมุม 45 องศา
       
       จับขวดนมโดยตั้งเป็นมุม 45 องศา เพื่อให้จุกนมมีนมเต็ม และไม่ควรให้ลูกถือขวดเอง เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าท้องเด็กน้อย
       
       9.เล็มเล็บให้ลูกอยู่เสมอ
       
       ฟังดูเป็นงานยาก แต่การตัดเล็บเจ้าตัวน้อยให้สั้นอยู่เสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เขาข่วนตัวเอง และเล็บฉีกได้
       
       10.ห้ามเขย่าปลุก
       
       การจับตัวเขย่าจะทำให้ทารกบาดเจ็บภายในได้ และยังเป็นอันตรายต่อข้อต่อที่ยังไม่แข็งแรง โดยเฉพาะส่วนคอนั่นเอง
       
       11.ไม่จำเป็นต้องดื่มนมหมดขวด
       
       เด็กจะรู้ความต้องการของร่างกายตัวเองดี ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องคะยั้นคะยอให้เจ้าตัวน้อยดื่มนมหมดขวดเมื่อเขาแสดงอาการอิ่ม เพื่อไม่ให้ป้อนนมเกินความต้องการของร่างกายทารก
       
       12.อย่ายัดตุ๊กตาขนปุยไว้รอบเตียง
       
       เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้ฝุ่น หรือขนผ้า นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเอาตุ๊กตาเข้าปากอีกด้วย
       
       13.อย่าใช้ทิชชูเปียกแบบมีน้ำหอม
       
       เนื่องจากผิวของทารกยังอ่อนบาง สารเคมีที่ส่งให้เกิดกลิ่นหอมอาจทำให้เกิดผดผื่นขึ้นได้จึงควรหลีกเลี่ยงนั่นเองค่ะ
       
       เรียบเรียงบางส่วนจาก manager.co.th

อะไรที่ทานแล้วซู่ซ่า ทำอย่างไร

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็เชื่อกันว่ามีตัวช่วยหลายอย่างที่สามารถทำให้คุณกับคู่รักมีความสุขกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถูกบ้างไม่ถูกบ้าง วันนี้ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้อำนวยการศูนย์ Bangkok Royal Life Anti-Aging โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รวบรวมสุดยอดอาหาร 12 ชนิด มาแนะนำ เพื่อจะช่วยเพิ่มพลังรักของคุณและคู่รักให้มีความสุขรับเดือนแห่งความรักนี้
       
       1.หอยนางรม
       
       เริ่มต้นที่สุดยอดอาหารเต็มความซู่ซ่า อย่าง หอยนางรม หอยนางรมนั้นได้ถูกยกเป็นอาหารของความรักมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา และนักวิจัยในปัจจุบันได้ค้นพบแล้วว่า หอยนางรมนั้นสามารถเพิ่มระดับโดปามีน ซึ่งเพิ่มความต้องการทางเพศได้ ทั้งชายและหญิง และหอยนางรมยังมีแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างฮอร์โมน testosterone และการสร้างอสุจิอีกด้วย
       
       2.แตงโม
       
       มีผู้เชี่ยวชาญบางคนยกย่องให้แตงโมเป็นไวอะกร้าขนานใหม่  และจากผลวิจัยของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การรับประทานแตงโม ส่งผลคล้ายไวอะกร้ากับระบบไหลเวียนโลหิตทั้งร่างกายและอาจเพิ่มความต้องการทางเพศได้ด้วย ผลไม้ชนิดนี้มี Citruline amino acid ซึ่งดีต่อระบบไหลเวียน และช่วยคลายเส้นเลือดซึ่งสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้
       
       3.ช็อกโกแลต
       
       ช็อกโกแลตมาจากเมล็ดโกโก้ ซึ่งชาว Aztecs เชื่อว่าโกโก้เป็นความอุดมสมบูรณ์ ที่พระเจ้าประทานมาให้ ปัจจุบัน เมล็ดโกโก้ดิบได้ถือว่าเป็นสุดยอดอาหาร ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวหรือไวน์แดง และยังมีสาร Phenylethlamine ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและรู้สึกดีในชีวิต เคยมีวารสารทางการแพทย์ตีพิมพ์ไว้ว่าผู้หญิงที่รับประทานช็อกโกแลตวันละชิ้น มีเพศสัมพันธ์ที่มีชีวิตชีวากว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน
       
       4.หน่อไม้ฝรั่ง
       
       หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินบีและโฟเลต ช่วยร่างกายในการสร้างHistamine ซึ่งสำคัญมากในเรื่องระดับความต้องการทางเพศทั้งชายและหญิง หน่อไม้ฝรั่งหาง่าย อร่อย สามารถปลูกได้เองหรือหาแบบ organic ได้ตามตลาดท้องถิ่น
       
       5.Avocados  ชื่อโบราณของ Avocados คือ Ahuacatl หรือลูกอัณฑะ อันเป็นผลเนื่องมาจากรูปร่างของผล avocados ความเซ็กซี่ของผลไม้ชนิดนี้ ทำให้นักบวชชาวสเปนห้ามนำเข้ามาในโบสถ์ เพราะความเป็นสารที่เพิ่มความต้องการทางเพศของมันน่าจะมาจากการมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณมากและมีกรดไขมันที่อิ่มตัวน้อยมาก ทำให้เกิดผลดีต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด ทุกอย่างที่สามารถบำรุงให้หัวใจทำงานดี ก็ส่งผลให้หัวใจสามารถส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้  ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหาโรคหัวใจก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ได้มากขึ้นกว่าคนทั่วไปถึง  2 เท่า
       
       6.Almonds 
       
       Almond ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่เพิ่มความปรารถนา เป็นตัวกระตุ้นทางเพศ และช่วยในเรื่องของการมีบุตรยากด้วย เช่นเดียวกับหน่อไม้ฝรั่ง Almond มีแร่ธาตุมากมายที่สำคัญต่อสุขภาพทางเพศ เช่น Zinc Selenium Vitamin E ซึ่ง Zinc นั้นช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้
       
       7.เมล็ดฟักทอง
       
       เมล็ดฟักทองก็มีปริมาณแร่ธาตุสังกะสีมาก เช่นเดียวกับหอยนางรม ซึ่งช่วยในเรื่องความแข็งแรงของอสุจิ และป้องกันการขาดฮอร์โมน testosterone ในเพศชาย นอกจากนี้ เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เพิ่มความต้องการทางเพศได้ เช่น วิตามิน B, E, C, D, K และแร่ธาตุ เช่น Calcium, Potassium, Niacin และ Phosphorous
       
       8.Celery
       
       หรือผักขึ้นฉ่ายหลวง คุณอาจไม่คิดว่า celery จะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ แต่จากหนังสือ “Stay young: ten proven step to ultimate health” ได้กล่าวไว้ว่า การรับประทาน celery สามารถเพิ่มระดับ Pheromone ในเหงื่อ สามารถทำให้เกิดความดึงดูดทางเพศได้ แต่ต้องมั่นใจว่าผักนั้นปลอดสารพิษ เพราะสารพิษใน celery มีได้มากถึง 67 ชนิด ซึ่งสามารถทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ด้วย
       
       9.พริก 
       
       สารที่เป็นตัวเพิ่มความต้องการทางเพศ คือสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด นั่นคือ capsicin ซึ่งหากสังเกตดีๆ เรามักจะมีอารมณ์ดีขึ้นเมื่อรับประทานพริก เพราะ capsicin นี่เองที่เป็นตัวทำหน้าที่หลักนี้ โดยสารนี้จะกระตุ้นการหลั่งสารเคมีที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นรวมไปถึงกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดฟิน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เราอารมณ์ดีและมีความสุข
       
       10.มะเดื่อ
       
       หนึ่งในผลไม้ที่พระนางคลีโอพัตราโปรดปราน นักวิชาการชาวยุโรปเคยกล่าวว่า มะเดื่อได้รับการตีค่าเป็นอาหารกระตุ้นความรู้สึกทางเพศจากลักษณะที่คล้ายคลึงอวัยวะเพศหญิง และตำนานกรีกยังให้ราคามะเดื่อว่ามีค่ามากกว่าทองคำ อีกทั้งยังมีค่านิยมและความเชื่อว่ามะเดื่อนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญพันธุ์ด้วย
       
       11.กระเทียม
       
       การรับประทานกระเทียมดิบอาจเป็นสาเหตุให้คู่รักของคุณเมินหน้าหนี แต่กระเทียมนี่เองจะเป็นตัวปลุกเร้าความต้องการทางเพศของคุณกระเทียมมีสาร allicin ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ เนื่องจากประสิทธิภาพจากกระเทียมนั้นไม่สามารถเกิดได้ในชั่วข้ามคืน คุณจึงต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องสักประมาณหนึ่งเดือนเพื่อให้ได้รับผลอย่างเต็มที่ ถ้าคุณไม่สามารถทนรับประทานกระเทียมดิบๆ ได้ แนะนำให้ลองหากระเทียมในรูปแบบแคปซูลจากร้านขายอาหารธรรมชาติใกล้บ้าน
       
       12.สตรอเบอร์รี่
       
       อาหารชนิดสุดท้าย คือ สตรอเบอร์รี่  สตรอเบอร์รี่นั้นเป็นแหล่งสำคัญของโฟลิค แอซิด และวิตามินบี ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดทารกพิการในผู้หญิง และเมื่ออ้างถึงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย California ยังพบว่าสตรอเบอร์รี่อาจจะสัมพันธ์กับปริมาณสเปิร์มที่สูงในผู้ชายอีกด้วย ในวันวาเลนไทน์นี้ ลองทำสตอเบอรี่เคลือบช็อกโกแลตให้คนรักดูสิ มันมีเหตุผลที่เราแนะนำช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์นะ เพราะมันเต็มไปด้วยสารที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศอย่าง Methylxanthines
       
       อาหารที่คัดสรรมาเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่เพิ่มพลังหรือช่วยให้คุณรู้สึกดีกับชีวิตรักได้มากขึ้น แต่ยังมีอีก 3 สิ่งที่ควบคู่เพื่อสุขภาพที่ดี คือ
      
       1.การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
 เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นเอ็นดอฟิน ทำให้อารมณ์ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย และช่วยปรับรูปร่างให้บางคนหุ่นเซ็กซี่ ฟิตและเฟิร์มขึ้น 
       
       2.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทุกหมวดหมู่ เพื่อช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง จากการวิจัย พบว่า ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ทำให้สมดุลระหว่างฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งระดับเทสโทสเทอโรนที่ต่ำ ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง
       
       3.บริหารความเครียด ลองหาเวลาหยุดพักผ่อน ใช้เวลาสื่อสารกับคู่รักมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน คนเราทำงานหนักมากเกินไป จนลืมใส่ใจสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเอง สิ่งนี้เป็นตัวแปลที่ทำให้ชีวิตคู่แย่ลง ดังนั้น ต้องหมั่นบริหารความเครียด หากิจกรรมเพื่อพักผ่อนร่างกายทั้งคุณและคู่รัก นอนหลับให้เพียงพอ
       
       สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงเสริมให้ความสัมพันธ์ของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดการผสมผสานร่างกายและความรู้สึกท่ามกลางความรักและความเข้าใจที่มีให้กันและกัน จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภารกิจรักของคุณเป็นไปอย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบ เพิ่มสีสันให้ชีวิตคู่ของคุณมีรสชาติอีกด้วย

เคล็ดลับยืดชีวิตคู่

 คงไม่มีคู่แต่งงานคู่ไหนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยปราศจากปัญหา ความขัดแย้ง หรือเรื่องขัดอกขัดใจกัน หรือหากมีก็คงน้อยมากๆ เหตุที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะคนสองคนที่มาจากต่างครอบครัว ต่างการเลี้ยงดู เมื่อมาใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยาย่อมต้องใช้เวลาในการปรับตัวนั่นเอง และในช่วงเวลาแห่งการปรับตัวนั้น โอกาสที่จะเกิดความไม่เข้าใจกัน น้อยอกน้อยใจกัน ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้
       
       อย่างไรก็ดี สำหรับคู่ที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว เรามีเคล็ดลับเติมรักให้ชีวิตคู่ด้วยกฎ “4 ย.” จาก สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาฝากกันค่ะ ซึ่งทั้ง 4 ย. จะประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ
       
       1. ย.ยกย่อง
       
       ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนย่อมปรารถนาได้ยินได้ฟังคำพูดที่อ่อนหวาน ไพเราะ เอื้ออาทร ห่วงใย ให้กำลังใจ ให้เกียรติกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง คำพูดที่ออกมาจากใจ บนพื้นฐานของสติปัญญาและความรักความเมตตานั้นเป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองและโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์
       
       2. ย.ยินยอมและยืดหยุ่น
       
       ความอดทนอดกลั้น บนพื้นฐานของความรักความเข้าใจนั้น ถือเป็นเคล็ดลับสำคัญของชีวิตคู่ดังคำกล่าวที่ว่า “บ้าน...สร้างจากหิน อิฐ และไม้ แต่บ้านเปี่ยมรัก...สร้างจากความรักและความเข้าใจ” ความสัมพันธ์ที่สมดุลและแนบแน่น จำเป็นต้องประกอบด้วยการให้และการรับที่เหมาะสม ดังนั้น ชีวิตคู่ต้องเรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง
       
       3. ย.แยกแยะ
       
       ชีวิตคู่สามีภรรยาเป็นธรรมดาที่ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งให้หงุดหงิดใจ และเป็นธรรมดาอีกเช่นกันที่เราอาจมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องในที่ทำงาน หากถือหลักความอดทนอดกลั้น เข้าใจ ให้อภัย และพบกันครึ่งทางให้ได้ดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว โอกาสที่จะนำปัญหาชีวิต การงาน และครอบครัวมาปะปนกันในแต่ละวันก็จะลดน้อยลง ดังนั้น การรู้จักแยกแยะปัญหาแต่ละเรื่องออกจากกันโดยใช้สติกำกับกาย วาจาและจิตใจ รู้จักคิดก่อนพูดและกระทำ รวมทั้งคิดทุกคำที่พูด แต่ไม่พูดทุกคำที่คิด จะช่วยให้สถานการณ์ความยุ่งยากต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ในที่สุด
       
       4. ย.ยืนหยัด
       
       ไม่ว่าปัญหาใดเกิดขึ้น หากถือหลักที่ว่า มองสิ่งดีด้วยใจดีมีแต่ได้ มองสิ่งร้ายด้วยใจดีไม่มีเสีย ก็จะทำให้เกิดกำลังใจในการดำเนินชีวิต รวมทั้งมองทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา-ผ่านออกไปเป็นเรื่องปกติได้
       
       ทั้ง 4 ย.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคู่ที่กำลังมีปัญหาความไม่เข้าใจกัน หรือน้อยอกน้อยใจกันให้ได้กลับมาเข้าใจกันใหม่ แต่นอกเหนือไปจากนั้น เราคงต้องยอมรับด้วยว่า การใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคน ไม่ควรมีทิฐิมากจนเกินไป หรือมองว่าตนเองถูกแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะนั่นจะทำให้ทั้ง 4 ย.เกิดขึ้นไม่ได้เลยนั่นเอง

หาลูกค้าเรื่องง่ายๆ

การหาลูกค้าสำหรับตัวแทนใหม่นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับตัวแทนรุ่นเก๋านั้น เป็นเรื่องง่ายเสมอ มาดูกันครับเทคนิคที่รุ่นพี่ทำกัน เป็นฝ่ายร...