- ความจริงใจ คือความเป็นตัวของตัวเองอยู่กับปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าตรงนั้นไม่มีใครเลยนอกจากคุณ ปราศจากสิ่งรบกวน ทบทวนคำมั่นสัญญา
- ความเป็นมิตรเสมอต้นเสมอปลาย
- สร้างความสำพันธ์โดยแสดงความสนใจที่เต็มไปด้วยความจริงใจออกไป เช่น เป็นการสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างคุณกับผู้อื่น อะไรคือสิ่งที่เขาชอบและพยายามมีส่วนร่วมกับเขา
- เห็นอกเห็นใจ มองตา พยายามทำให้ความรู้สึกเป็นกลาง หรือฟังอย่างตั้งใจ โดยไม่แสดงความเห็น
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เทคนิคการเป็นที่รักของผู้อื่น
การกำจัดความเครียดได้อยู่หมัด
เคยบ้างหรือป่าวที่รู้สึกเครีบด ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่แนะนำให้ใช้ครับ
- เขียนทุกอย่างลงบนกระดาษ อย่าทิ้งอะไรไว้ในสมอง เพราะสมองมีความสารถในการจำเพียงไม่กี่อย่าง
- ถ้ามีบางอย่างที่สามารถทำได้ สำเร็จภายใน ๒ นาทีจงรีบทำทันที
- มีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี จงลำดับความสำคัญของเรื่อง
- ให้ถาดรับงานวางไว้ตรงหน้าคุณตลอดเวลา
- ทุกสัปดาห์ต้องสะสางงานให้เสร็จ หากมีเรื่องต้องตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรเลื่อน ควรขอร้องให้คนอื่นทำแทนหรือปฏิเสธ จงพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่คุณต้องการ แล้วจึงคิดสิ่งที่ต้องทำเพื่อจะได้ผลลัพธิ์ออกมา.
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
กฎทองคำของผู้นำที่ประสบความสำเร็จ
- มีอำนาจในการควบคุมความกลัวหกประการอย่างเด็ดขาด
- มีความสามารถในการสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมสามารถชนะความเห็นแก่ตัวเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม
- มีเป้าหมายแน่นอนประการเดียว วางแผนการที่แน่ชัดที่จะไปสู่เป้าหมายอันนั้น โดยสอดคล้องกับความจำเป็นของโอกาสหนึ่ง
- มีความเข้าใจ และรู้สึก ใช้หลักแห่งจินตนาการ เพื่อเปิดทางให้พลังอานาจความร่วมมือกันทำงานด้วนความสามารถที่กลมเกลียว (อภิจิต)
- มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างสูง
- มีสมรรถนะในการบรรลุการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและยึดมั่นในการตัดสินใจอย่างเหนียวแน่น
- มีจินตนาการมากพอที่จะทำให้สามารถคะเนความต้องการในขณะนั้น และสร้างแผนการให้สอดคล้องกับความต้องการเหล่านั้น
- มีความคิดริเริ่มในแบบที่แยบยลที่สุด
- มีความกระตือรือร้น และความสามารถในการถ่ายทอดมันให้กับผู้ตามของตน
- มีความควบคุมตนเองอย่างมั่นคงที่สุด
- มีความเต็มใจที่จะทำงานเกินเงินเดือน
- มีบุคลิคต้องตาต้องใจ
- มีสมรรถภาพแห่งความถูกต้องเที่ยงตรง
- มีความสามารถที่จะร่วมมืกับคนอื่นได้อย่างกลมเกลียว
- มีความมุ่งมั่นที่จะ เอาใจจดจ่อ และพากเพียรพยายามต่องานจนบรรลุผลโดยสมบูรณ์
- มีสมรรถภาพและ การมองย้อนหลัง เพื่อเรียนรู้จากความผิดพลาดและล้มเหลว
- มีความใจกว้างในแบบสูงสุด
- มีความปลอดจากสิ่งมึนเมาทั้งปวง
- มีเจตนาบริสุทธิ์ ทั้งเป้าหมายและการกระทำ
- ประการสุดท้าย แต่มิใช่หมดแค่นี้คือการถือปฏิบัติตามกฎทองคำอย่างเคร่งครัดเป็นพื้นฐานในการปฏิบ้ติต่อคนอื่น ๆ
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
ทำอย่างไรใช้ชีวิตดีขึ้น รวยขึ้น ทำอย่างไร
ความเชื่อนั้นมีผลต่อชีวิตอย่างสูง
ความเชื่อที่จำกัด ความล้มเหลว ปัญหาจน ถูกคนรักทิ้ง เก็บเงินไม่ได้ ความล้มเหลวของชีวิต การไม่มีทุนทำกิจการ การไม่มีคอนเน็ตชั่น มีแต่คนจ้องหลอกหลวง คนส่วนใหญ่รับมรดกความคิดจากพ่อแม่ มาไว้ในตัวเอง
หากเราไม่เข้าใจใจไม่ยอมรับอย่างแท้จริงใจ ให้อภัยเราก็จะคิดแบบนั้นทำซะเอง สิ่งที่เรากลัวเราจะ เป็นซะเอง หรือดึงเหตุการณ์นั้นเข้ามาในชีวิตเราได้
เช่น พ่อแม่ที่ล้มเหลวเหตุการณ์นั้น มักเกิดขึ้นกับลูก หากเราทำใจยอมรับ ให้อภัย อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัดไปเลยกับความคิดหลอกตัวเองว่าจนแล้วดี คนรวยไม่ดี เป็นหนี้ดีกว่าคนรวย
จงอย่าคิดโทษพ่อแม่แต่จงคิดว่าชีวิตท่านก็เป็นรูปแบบของท่าน เราก็มีรูปแบบของเรา
เหมือนการสร้างโลกใบใหม่ของเราซึ่ง มีความคิดความเชื่อใหม่ ว่าเราสามารถสร้างมิตรภาพใหม่ได้ มีความสุขแบบที่พ่อแม่ไม่เคยมี สร้างความรำ่รวยได้ เมื่อลงมือทำก็เห็นโอกาสตัดข้อจำกัด
ปรับใจว่าเราคู่ควร กับความร่ำรวย มั่นคง การมีบ้าน รถ การท่องเที่ยว ขยายใจเปลี่ยนความเชื่อภายในว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทำงานหนัก
แล้วชีวิตท่านจะดีขึ้นครับ
ความเชื่อที่จำกัด ความล้มเหลว ปัญหาจน ถูกคนรักทิ้ง เก็บเงินไม่ได้ ความล้มเหลวของชีวิต การไม่มีทุนทำกิจการ การไม่มีคอนเน็ตชั่น มีแต่คนจ้องหลอกหลวง คนส่วนใหญ่รับมรดกความคิดจากพ่อแม่ มาไว้ในตัวเอง
หากเราไม่เข้าใจใจไม่ยอมรับอย่างแท้จริงใจ ให้อภัยเราก็จะคิดแบบนั้นทำซะเอง สิ่งที่เรากลัวเราจะ เป็นซะเอง หรือดึงเหตุการณ์นั้นเข้ามาในชีวิตเราได้
เช่น พ่อแม่ที่ล้มเหลวเหตุการณ์นั้น มักเกิดขึ้นกับลูก หากเราทำใจยอมรับ ให้อภัย อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัดไปเลยกับความคิดหลอกตัวเองว่าจนแล้วดี คนรวยไม่ดี เป็นหนี้ดีกว่าคนรวย
จงอย่าคิดโทษพ่อแม่แต่จงคิดว่าชีวิตท่านก็เป็นรูปแบบของท่าน เราก็มีรูปแบบของเรา
เหมือนการสร้างโลกใบใหม่ของเราซึ่ง มีความคิดความเชื่อใหม่ ว่าเราสามารถสร้างมิตรภาพใหม่ได้ มีความสุขแบบที่พ่อแม่ไม่เคยมี สร้างความรำ่รวยได้ เมื่อลงมือทำก็เห็นโอกาสตัดข้อจำกัด
ปรับใจว่าเราคู่ควร กับความร่ำรวย มั่นคง การมีบ้าน รถ การท่องเที่ยว ขยายใจเปลี่ยนความเชื่อภายในว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทำงานหนัก
แล้วชีวิตท่านจะดีขึ้นครับ
วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559
เทคนิคเลี้ยงเด็กแรกเกิด
สำหรับพ่อแม่มือใหม่ เทวดาตัวน้อยนับเป็นความสุขยิ่งใหญ่ของครอบครัว แต่การดูแลเจ้าตัวน้อยตามลำพังนับเป็นเรื่องเครียดอย่างหนึ่งทีเดียว เพราะคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านอาจวางตัวไม่ถูก ไม่ทราบจะดูแลลูกอย่างไรดี แถมยังอาจเจอปัญหาใหม่ๆ แทบทุกวันด้วย วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดีๆ ในการดูแลเจ้าตัวเล็กจากกุมารแพทย์มาฝากกันค่ะ
1.รับทุกความช่วยเหลือ
คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ โดยเฉพาะคุณแม่อาจเคร่งเครียดกับการดูแลเจ้าตัวน้อยมากจนคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะดูแลลูกน้อยได้ดีที่สุด จนกินข้าวผิดเวลา นอนไม่พอ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายที่ต้องการการฟื้นฟู แถมยังต้องให้นมบุตรของคุณแม่ ฉะนั้น ยอมรับความช่วยเหลือของคนในครอบครัวไม่ให้ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินควรจะเป็นการดีกว่า
2.อุ้มได้อุ้มดีกว่า
หลังคลอดและกลับมาถึงบ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจไม่มั่นใจในการอุ้ม แต่เจ้าตัวน้อยของเราชอบการอุ้มนะคะ เพราะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น เทคนิคคือใช้ทั้งสองแขนอุ้มเขา มือหนึ่งรองใต้ศีรษะและไหล่ อีกมือหนึ่งรองใต้หลังส่วนล่าง เท่านี้ก็ปลอดภัย เพราะกล้ามเนื้อคอของเขายังไม่แข็งแรง
3.การจับเรอเป็นเรื่องสำคัญ
การที่ลูกไม่เรอทุกมื้อไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การจับให้ลูกเรอช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยมีแก๊สในท้องที่อาจทำให้เขาอึดอัด หงุดหงิด งอแง และไม่แหวะนมได้ค่ะ
4.ป้อนนม พัก แล้วนอนหลับ
เมื่อท้องอิ่ม เด็กทุกคนจะเริ่มง่วง และหลับได้ในที่สุด แต่ควรเว้นจังหวะก่อนให้นอนเพื่อให้นมลงสู่กระเพาะ จากนั้นแล้วเขาจะเริ่มง่วงเหมาะสำหรับเอาลงเปล ซึ่งหากลูกนอนได้เองจะช่วยให้ชีวิตคุณพ่อคุณแม่สบายขึ้นอีกมากทีเดียว
5.ล้างมือก่อนอุ้มหนูน้อย
ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของทารกยังอ่อนแอมาก ทำให้ติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย ฉะนั้นหากไปนอกบ้านมา หมั่นล้างมือเสมอก่อนอุ้มทารกจะช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้ดี
6.อย่ามองข้ามวัคซีนป้องกันโรค
พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีน โดยไปพบแพทย์ให้ตรงเวลานัด และสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย
7.ไม่ควรให้นอนคว่ำ
แม้จะเชื่อกันว่าการนอนคว่ำจะทำให้ศีรษะสวย แต่การให้ทารกนอนทับอกและท้องมีความเสี่ยงจะทำให้หายใจไม่ออก หรือแหวะนมได้เพราะหูรูดส่วนต่างๆ ของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวที่จะปรับตามความเหมาะสม เพราะเด็กบางคนถูกจับนอนคว่ำแต่ไม่ชอบ ร้องงอแงพยายามพลิกตัวขึ้นมานอนหงายก็มีเหมือนกัน หรือบางคนก็ว่าง่ายใครจับให้นอนท่าไหนก็นอนนิ่งท่านั้น เพราะฉะนั้น ในข้อนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซีเรียสมากนักค่ะ
8.ป้อนนมโดยทำมุม 45 องศา
จับขวดนมโดยตั้งเป็นมุม 45 องศา เพื่อให้จุกนมมีนมเต็ม และไม่ควรให้ลูกถือขวดเอง เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าท้องเด็กน้อย
9.เล็มเล็บให้ลูกอยู่เสมอ
ฟังดูเป็นงานยาก แต่การตัดเล็บเจ้าตัวน้อยให้สั้นอยู่เสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เขาข่วนตัวเอง และเล็บฉีกได้
10.ห้ามเขย่าปลุก
การจับตัวเขย่าจะทำให้ทารกบาดเจ็บภายในได้ และยังเป็นอันตรายต่อข้อต่อที่ยังไม่แข็งแรง โดยเฉพาะส่วนคอนั่นเอง
11.ไม่จำเป็นต้องดื่มนมหมดขวด
เด็กจะรู้ความต้องการของร่างกายตัวเองดี ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องคะยั้นคะยอให้เจ้าตัวน้อยดื่มนมหมดขวดเมื่อเขาแสดงอาการอิ่ม เพื่อไม่ให้ป้อนนมเกินความต้องการของร่างกายทารก
12.อย่ายัดตุ๊กตาขนปุยไว้รอบเตียง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้ฝุ่น หรือขนผ้า นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเอาตุ๊กตาเข้าปากอีกด้วย
13.อย่าใช้ทิชชูเปียกแบบมีน้ำหอม
เนื่องจากผิวของทารกยังอ่อนบาง สารเคมีที่ส่งให้เกิดกลิ่นหอมอาจทำให้เกิดผดผื่นขึ้นได้จึงควรหลีกเลี่ยงนั่นเองค่ะ
เรียบเรียงบางส่วนจาก manager.co.th
1.รับทุกความช่วยเหลือ
คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ โดยเฉพาะคุณแม่อาจเคร่งเครียดกับการดูแลเจ้าตัวน้อยมากจนคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะดูแลลูกน้อยได้ดีที่สุด จนกินข้าวผิดเวลา นอนไม่พอ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายที่ต้องการการฟื้นฟู แถมยังต้องให้นมบุตรของคุณแม่ ฉะนั้น ยอมรับความช่วยเหลือของคนในครอบครัวไม่ให้ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินควรจะเป็นการดีกว่า
2.อุ้มได้อุ้มดีกว่า
หลังคลอดและกลับมาถึงบ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจไม่มั่นใจในการอุ้ม แต่เจ้าตัวน้อยของเราชอบการอุ้มนะคะ เพราะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น เทคนิคคือใช้ทั้งสองแขนอุ้มเขา มือหนึ่งรองใต้ศีรษะและไหล่ อีกมือหนึ่งรองใต้หลังส่วนล่าง เท่านี้ก็ปลอดภัย เพราะกล้ามเนื้อคอของเขายังไม่แข็งแรง
3.การจับเรอเป็นเรื่องสำคัญ
การที่ลูกไม่เรอทุกมื้อไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การจับให้ลูกเรอช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าตัวน้อยมีแก๊สในท้องที่อาจทำให้เขาอึดอัด หงุดหงิด งอแง และไม่แหวะนมได้ค่ะ
4.ป้อนนม พัก แล้วนอนหลับ
เมื่อท้องอิ่ม เด็กทุกคนจะเริ่มง่วง และหลับได้ในที่สุด แต่ควรเว้นจังหวะก่อนให้นอนเพื่อให้นมลงสู่กระเพาะ จากนั้นแล้วเขาจะเริ่มง่วงเหมาะสำหรับเอาลงเปล ซึ่งหากลูกนอนได้เองจะช่วยให้ชีวิตคุณพ่อคุณแม่สบายขึ้นอีกมากทีเดียว
5.ล้างมือก่อนอุ้มหนูน้อย
ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของทารกยังอ่อนแอมาก ทำให้ติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย ฉะนั้นหากไปนอกบ้านมา หมั่นล้างมือเสมอก่อนอุ้มทารกจะช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้ดี
6.อย่ามองข้ามวัคซีนป้องกันโรค
พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีน โดยไปพบแพทย์ให้ตรงเวลานัด และสม่ำเสมอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย
7.ไม่ควรให้นอนคว่ำ
แม้จะเชื่อกันว่าการนอนคว่ำจะทำให้ศีรษะสวย แต่การให้ทารกนอนทับอกและท้องมีความเสี่ยงจะทำให้หายใจไม่ออก หรือแหวะนมได้เพราะหูรูดส่วนต่างๆ ของทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวที่จะปรับตามความเหมาะสม เพราะเด็กบางคนถูกจับนอนคว่ำแต่ไม่ชอบ ร้องงอแงพยายามพลิกตัวขึ้นมานอนหงายก็มีเหมือนกัน หรือบางคนก็ว่าง่ายใครจับให้นอนท่าไหนก็นอนนิ่งท่านั้น เพราะฉะนั้น ในข้อนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซีเรียสมากนักค่ะ
8.ป้อนนมโดยทำมุม 45 องศา
จับขวดนมโดยตั้งเป็นมุม 45 องศา เพื่อให้จุกนมมีนมเต็ม และไม่ควรให้ลูกถือขวดเอง เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าท้องเด็กน้อย
9.เล็มเล็บให้ลูกอยู่เสมอ
ฟังดูเป็นงานยาก แต่การตัดเล็บเจ้าตัวน้อยให้สั้นอยู่เสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้เขาข่วนตัวเอง และเล็บฉีกได้
10.ห้ามเขย่าปลุก
การจับตัวเขย่าจะทำให้ทารกบาดเจ็บภายในได้ และยังเป็นอันตรายต่อข้อต่อที่ยังไม่แข็งแรง โดยเฉพาะส่วนคอนั่นเอง
11.ไม่จำเป็นต้องดื่มนมหมดขวด
เด็กจะรู้ความต้องการของร่างกายตัวเองดี ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องคะยั้นคะยอให้เจ้าตัวน้อยดื่มนมหมดขวดเมื่อเขาแสดงอาการอิ่ม เพื่อไม่ให้ป้อนนมเกินความต้องการของร่างกายทารก
12.อย่ายัดตุ๊กตาขนปุยไว้รอบเตียง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้ฝุ่น หรือขนผ้า นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเอาตุ๊กตาเข้าปากอีกด้วย
13.อย่าใช้ทิชชูเปียกแบบมีน้ำหอม
เนื่องจากผิวของทารกยังอ่อนบาง สารเคมีที่ส่งให้เกิดกลิ่นหอมอาจทำให้เกิดผดผื่นขึ้นได้จึงควรหลีกเลี่ยงนั่นเองค่ะ
เรียบเรียงบางส่วนจาก manager.co.th
อะไรที่ทานแล้วซู่ซ่า ทำอย่างไร
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็เชื่อกันว่ามีตัวช่วยหลายอย่างที่สามารถทำให้คุณกับคู่รักมีความสุขกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถูกบ้างไม่ถูกบ้าง วันนี้ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้อำนวยการศูนย์ Bangkok Royal Life Anti-Aging โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้รวบรวมสุดยอดอาหาร 12 ชนิด มาแนะนำ เพื่อจะช่วยเพิ่มพลังรักของคุณและคู่รักให้มีความสุขรับเดือนแห่งความรักนี้
1.หอยนางรม
เริ่มต้นที่สุดยอดอาหารเต็มความซู่ซ่า อย่าง หอยนางรม หอยนางรมนั้นได้ถูกยกเป็นอาหารของความรักมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา และนักวิจัยในปัจจุบันได้ค้นพบแล้วว่า หอยนางรมนั้นสามารถเพิ่มระดับโดปามีน ซึ่งเพิ่มความต้องการทางเพศได้ ทั้งชายและหญิง และหอยนางรมยังมีแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างฮอร์โมน testosterone และการสร้างอสุจิอีกด้วย
2.แตงโม
มีผู้เชี่ยวชาญบางคนยกย่องให้แตงโมเป็นไวอะกร้าขนานใหม่ และจากผลวิจัยของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การรับประทานแตงโม ส่งผลคล้ายไวอะกร้ากับระบบไหลเวียนโลหิตทั้งร่างกายและอาจเพิ่มความต้องการทางเพศได้ด้วย ผลไม้ชนิดนี้มี Citruline amino acid ซึ่งดีต่อระบบไหลเวียน และช่วยคลายเส้นเลือดซึ่งสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้
3.ช็อกโกแลต
ช็อกโกแลตมาจากเมล็ดโกโก้ ซึ่งชาว Aztecs เชื่อว่าโกโก้เป็นความอุดมสมบูรณ์ ที่พระเจ้าประทานมาให้ ปัจจุบัน เมล็ดโกโก้ดิบได้ถือว่าเป็นสุดยอดอาหาร ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวหรือไวน์แดง และยังมีสาร Phenylethlamine ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและรู้สึกดีในชีวิต เคยมีวารสารทางการแพทย์ตีพิมพ์ไว้ว่าผู้หญิงที่รับประทานช็อกโกแลตวันละชิ้น มีเพศสัมพันธ์ที่มีชีวิตชีวากว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน
4.หน่อไม้ฝรั่ง
หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินบีและโฟเลต ช่วยร่างกายในการสร้างHistamine ซึ่งสำคัญมากในเรื่องระดับความต้องการทางเพศทั้งชายและหญิง หน่อไม้ฝรั่งหาง่าย อร่อย สามารถปลูกได้เองหรือหาแบบ organic ได้ตามตลาดท้องถิ่น
5.Avocados ชื่อโบราณของ Avocados คือ Ahuacatl หรือลูกอัณฑะ อันเป็นผลเนื่องมาจากรูปร่างของผล avocados ความเซ็กซี่ของผลไม้ชนิดนี้ ทำให้นักบวชชาวสเปนห้ามนำเข้ามาในโบสถ์ เพราะความเป็นสารที่เพิ่มความต้องการทางเพศของมันน่าจะมาจากการมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณมากและมีกรดไขมันที่อิ่มตัวน้อยมาก ทำให้เกิดผลดีต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด ทุกอย่างที่สามารถบำรุงให้หัวใจทำงานดี ก็ส่งผลให้หัวใจสามารถส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหาโรคหัวใจก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ได้มากขึ้นกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
6.Almonds
Almond ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่เพิ่มความปรารถนา เป็นตัวกระตุ้นทางเพศ และช่วยในเรื่องของการมีบุตรยากด้วย เช่นเดียวกับหน่อไม้ฝรั่ง Almond มีแร่ธาตุมากมายที่สำคัญต่อสุขภาพทางเพศ เช่น Zinc Selenium Vitamin E ซึ่ง Zinc นั้นช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้
7.เมล็ดฟักทอง
เมล็ดฟักทองก็มีปริมาณแร่ธาตุสังกะสีมาก เช่นเดียวกับหอยนางรม ซึ่งช่วยในเรื่องความแข็งแรงของอสุจิ และป้องกันการขาดฮอร์โมน testosterone ในเพศชาย นอกจากนี้ เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เพิ่มความต้องการทางเพศได้ เช่น วิตามิน B, E, C, D, K และแร่ธาตุ เช่น Calcium, Potassium, Niacin และ Phosphorous
8.Celery
หรือผักขึ้นฉ่ายหลวง คุณอาจไม่คิดว่า celery จะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ แต่จากหนังสือ “Stay young: ten proven step to ultimate health” ได้กล่าวไว้ว่า การรับประทาน celery สามารถเพิ่มระดับ Pheromone ในเหงื่อ สามารถทำให้เกิดความดึงดูดทางเพศได้ แต่ต้องมั่นใจว่าผักนั้นปลอดสารพิษ เพราะสารพิษใน celery มีได้มากถึง 67 ชนิด ซึ่งสามารถทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ด้วย
9.พริก
สารที่เป็นตัวเพิ่มความต้องการทางเพศ คือสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด นั่นคือ capsicin ซึ่งหากสังเกตดีๆ เรามักจะมีอารมณ์ดีขึ้นเมื่อรับประทานพริก เพราะ capsicin นี่เองที่เป็นตัวทำหน้าที่หลักนี้ โดยสารนี้จะกระตุ้นการหลั่งสารเคมีที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นรวมไปถึงกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดฟิน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เราอารมณ์ดีและมีความสุข
10.มะเดื่อ
หนึ่งในผลไม้ที่พระนางคลีโอพัตราโปรดปราน นักวิชาการชาวยุโรปเคยกล่าวว่า มะเดื่อได้รับการตีค่าเป็นอาหารกระตุ้นความรู้สึกทางเพศจากลักษณะที่คล้ายคลึงอวัยวะเพศหญิง และตำนานกรีกยังให้ราคามะเดื่อว่ามีค่ามากกว่าทองคำ อีกทั้งยังมีค่านิยมและความเชื่อว่ามะเดื่อนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญพันธุ์ด้วย
11.กระเทียม
การรับประทานกระเทียมดิบอาจเป็นสาเหตุให้คู่รักของคุณเมินหน้าหนี แต่กระเทียมนี่เองจะเป็นตัวปลุกเร้าความต้องการทางเพศของคุณกระเทียมมีสาร allicin ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ เนื่องจากประสิทธิภาพจากกระเทียมนั้นไม่สามารถเกิดได้ในชั่วข้ามคืน คุณจึงต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องสักประมาณหนึ่งเดือนเพื่อให้ได้รับผลอย่างเต็มที่ ถ้าคุณไม่สามารถทนรับประทานกระเทียมดิบๆ ได้ แนะนำให้ลองหากระเทียมในรูปแบบแคปซูลจากร้านขายอาหารธรรมชาติใกล้บ้าน
12.สตรอเบอร์รี่
อาหารชนิดสุดท้าย คือ สตรอเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่นั้นเป็นแหล่งสำคัญของโฟลิค แอซิด และวิตามินบี ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดทารกพิการในผู้หญิง และเมื่ออ้างถึงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย California ยังพบว่าสตรอเบอร์รี่อาจจะสัมพันธ์กับปริมาณสเปิร์มที่สูงในผู้ชายอีกด้วย ในวันวาเลนไทน์นี้ ลองทำสตอเบอรี่เคลือบช็อกโกแลตให้คนรักดูสิ มันมีเหตุผลที่เราแนะนำช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์นะ เพราะมันเต็มไปด้วยสารที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศอย่าง Methylxanthines
อาหารที่คัดสรรมาเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่เพิ่มพลังหรือช่วยให้คุณรู้สึกดีกับชีวิตรักได้มากขึ้น แต่ยังมีอีก 3 สิ่งที่ควบคู่เพื่อสุขภาพที่ดี คือ
1.การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นเอ็นดอฟิน ทำให้อารมณ์ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย และช่วยปรับรูปร่างให้บางคนหุ่นเซ็กซี่ ฟิตและเฟิร์มขึ้น
2.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทุกหมวดหมู่ เพื่อช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง จากการวิจัย พบว่า ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ทำให้สมดุลระหว่างฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งระดับเทสโทสเทอโรนที่ต่ำ ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง
3.บริหารความเครียด ลองหาเวลาหยุดพักผ่อน ใช้เวลาสื่อสารกับคู่รักมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน คนเราทำงานหนักมากเกินไป จนลืมใส่ใจสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเอง สิ่งนี้เป็นตัวแปลที่ทำให้ชีวิตคู่แย่ลง ดังนั้น ต้องหมั่นบริหารความเครียด หากิจกรรมเพื่อพักผ่อนร่างกายทั้งคุณและคู่รัก นอนหลับให้เพียงพอ
สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงเสริมให้ความสัมพันธ์ของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดการผสมผสานร่างกายและความรู้สึกท่ามกลางความรักและความเข้าใจที่มีให้กันและกัน จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภารกิจรักของคุณเป็นไปอย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบ เพิ่มสีสันให้ชีวิตคู่ของคุณมีรสชาติอีกด้วย
1.หอยนางรม
เริ่มต้นที่สุดยอดอาหารเต็มความซู่ซ่า อย่าง หอยนางรม หอยนางรมนั้นได้ถูกยกเป็นอาหารของความรักมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา และนักวิจัยในปัจจุบันได้ค้นพบแล้วว่า หอยนางรมนั้นสามารถเพิ่มระดับโดปามีน ซึ่งเพิ่มความต้องการทางเพศได้ ทั้งชายและหญิง และหอยนางรมยังมีแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างฮอร์โมน testosterone และการสร้างอสุจิอีกด้วย
2.แตงโม
มีผู้เชี่ยวชาญบางคนยกย่องให้แตงโมเป็นไวอะกร้าขนานใหม่ และจากผลวิจัยของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การรับประทานแตงโม ส่งผลคล้ายไวอะกร้ากับระบบไหลเวียนโลหิตทั้งร่างกายและอาจเพิ่มความต้องการทางเพศได้ด้วย ผลไม้ชนิดนี้มี Citruline amino acid ซึ่งดีต่อระบบไหลเวียน และช่วยคลายเส้นเลือดซึ่งสามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้
3.ช็อกโกแลต
ช็อกโกแลตมาจากเมล็ดโกโก้ ซึ่งชาว Aztecs เชื่อว่าโกโก้เป็นความอุดมสมบูรณ์ ที่พระเจ้าประทานมาให้ ปัจจุบัน เมล็ดโกโก้ดิบได้ถือว่าเป็นสุดยอดอาหาร ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวหรือไวน์แดง และยังมีสาร Phenylethlamine ซึ่งสามารถกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นและรู้สึกดีในชีวิต เคยมีวารสารทางการแพทย์ตีพิมพ์ไว้ว่าผู้หญิงที่รับประทานช็อกโกแลตวันละชิ้น มีเพศสัมพันธ์ที่มีชีวิตชีวากว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน
4.หน่อไม้ฝรั่ง
หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินบีและโฟเลต ช่วยร่างกายในการสร้างHistamine ซึ่งสำคัญมากในเรื่องระดับความต้องการทางเพศทั้งชายและหญิง หน่อไม้ฝรั่งหาง่าย อร่อย สามารถปลูกได้เองหรือหาแบบ organic ได้ตามตลาดท้องถิ่น
5.Avocados ชื่อโบราณของ Avocados คือ Ahuacatl หรือลูกอัณฑะ อันเป็นผลเนื่องมาจากรูปร่างของผล avocados ความเซ็กซี่ของผลไม้ชนิดนี้ ทำให้นักบวชชาวสเปนห้ามนำเข้ามาในโบสถ์ เพราะความเป็นสารที่เพิ่มความต้องการทางเพศของมันน่าจะมาจากการมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณมากและมีกรดไขมันที่อิ่มตัวน้อยมาก ทำให้เกิดผลดีต่อหัวใจและระบบหลอดเลือด ทุกอย่างที่สามารถบำรุงให้หัวใจทำงานดี ก็ส่งผลให้หัวใจสามารถส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ ซึ่งผู้ที่ประสบปัญหาโรคหัวใจก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ได้มากขึ้นกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า
6.Almonds
Almond ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่เพิ่มความปรารถนา เป็นตัวกระตุ้นทางเพศ และช่วยในเรื่องของการมีบุตรยากด้วย เช่นเดียวกับหน่อไม้ฝรั่ง Almond มีแร่ธาตุมากมายที่สำคัญต่อสุขภาพทางเพศ เช่น Zinc Selenium Vitamin E ซึ่ง Zinc นั้นช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้
7.เมล็ดฟักทอง
เมล็ดฟักทองก็มีปริมาณแร่ธาตุสังกะสีมาก เช่นเดียวกับหอยนางรม ซึ่งช่วยในเรื่องความแข็งแรงของอสุจิ และป้องกันการขาดฮอร์โมน testosterone ในเพศชาย นอกจากนี้ เมล็ดฟักทองยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เพิ่มความต้องการทางเพศได้ เช่น วิตามิน B, E, C, D, K และแร่ธาตุ เช่น Calcium, Potassium, Niacin และ Phosphorous
8.Celery
หรือผักขึ้นฉ่ายหลวง คุณอาจไม่คิดว่า celery จะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ แต่จากหนังสือ “Stay young: ten proven step to ultimate health” ได้กล่าวไว้ว่า การรับประทาน celery สามารถเพิ่มระดับ Pheromone ในเหงื่อ สามารถทำให้เกิดความดึงดูดทางเพศได้ แต่ต้องมั่นใจว่าผักนั้นปลอดสารพิษ เพราะสารพิษใน celery มีได้มากถึง 67 ชนิด ซึ่งสามารถทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ด้วย
9.พริก
สารที่เป็นตัวเพิ่มความต้องการทางเพศ คือสารที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด นั่นคือ capsicin ซึ่งหากสังเกตดีๆ เรามักจะมีอารมณ์ดีขึ้นเมื่อรับประทานพริก เพราะ capsicin นี่เองที่เป็นตัวทำหน้าที่หลักนี้ โดยสารนี้จะกระตุ้นการหลั่งสารเคมีที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นรวมไปถึงกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดฟิน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เราอารมณ์ดีและมีความสุข
10.มะเดื่อ
หนึ่งในผลไม้ที่พระนางคลีโอพัตราโปรดปราน นักวิชาการชาวยุโรปเคยกล่าวว่า มะเดื่อได้รับการตีค่าเป็นอาหารกระตุ้นความรู้สึกทางเพศจากลักษณะที่คล้ายคลึงอวัยวะเพศหญิง และตำนานกรีกยังให้ราคามะเดื่อว่ามีค่ามากกว่าทองคำ อีกทั้งยังมีค่านิยมและความเชื่อว่ามะเดื่อนั้นมีส่วนช่วยในการเจริญพันธุ์ด้วย
11.กระเทียม
การรับประทานกระเทียมดิบอาจเป็นสาเหตุให้คู่รักของคุณเมินหน้าหนี แต่กระเทียมนี่เองจะเป็นตัวปลุกเร้าความต้องการทางเพศของคุณกระเทียมมีสาร allicin ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ เนื่องจากประสิทธิภาพจากกระเทียมนั้นไม่สามารถเกิดได้ในชั่วข้ามคืน คุณจึงต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องสักประมาณหนึ่งเดือนเพื่อให้ได้รับผลอย่างเต็มที่ ถ้าคุณไม่สามารถทนรับประทานกระเทียมดิบๆ ได้ แนะนำให้ลองหากระเทียมในรูปแบบแคปซูลจากร้านขายอาหารธรรมชาติใกล้บ้าน
12.สตรอเบอร์รี่
อาหารชนิดสุดท้าย คือ สตรอเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่นั้นเป็นแหล่งสำคัญของโฟลิค แอซิด และวิตามินบี ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดทารกพิการในผู้หญิง และเมื่ออ้างถึงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย California ยังพบว่าสตรอเบอร์รี่อาจจะสัมพันธ์กับปริมาณสเปิร์มที่สูงในผู้ชายอีกด้วย ในวันวาเลนไทน์นี้ ลองทำสตอเบอรี่เคลือบช็อกโกแลตให้คนรักดูสิ มันมีเหตุผลที่เราแนะนำช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์นะ เพราะมันเต็มไปด้วยสารที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศอย่าง Methylxanthines
อาหารที่คัดสรรมาเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งที่เพิ่มพลังหรือช่วยให้คุณรู้สึกดีกับชีวิตรักได้มากขึ้น แต่ยังมีอีก 3 สิ่งที่ควบคู่เพื่อสุขภาพที่ดี คือ
1.การออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นเอ็นดอฟิน ทำให้อารมณ์ดี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย และช่วยปรับรูปร่างให้บางคนหุ่นเซ็กซี่ ฟิตและเฟิร์มขึ้น
2.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบทุกหมวดหมู่ เพื่อช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง จากการวิจัย พบว่า ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ทำให้สมดุลระหว่างฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งระดับเทสโทสเทอโรนที่ต่ำ ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง
3.บริหารความเครียด ลองหาเวลาหยุดพักผ่อน ใช้เวลาสื่อสารกับคู่รักมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน คนเราทำงานหนักมากเกินไป จนลืมใส่ใจสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเอง สิ่งนี้เป็นตัวแปลที่ทำให้ชีวิตคู่แย่ลง ดังนั้น ต้องหมั่นบริหารความเครียด หากิจกรรมเพื่อพักผ่อนร่างกายทั้งคุณและคู่รัก นอนหลับให้เพียงพอ
สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงเสริมให้ความสัมพันธ์ของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดการผสมผสานร่างกายและความรู้สึกท่ามกลางความรักและความเข้าใจที่มีให้กันและกัน จะเป็นสิ่งที่ทำให้ภารกิจรักของคุณเป็นไปอย่างมีความสุขและสมบูรณ์แบบ เพิ่มสีสันให้ชีวิตคู่ของคุณมีรสชาติอีกด้วย
เคล็ดลับยืดชีวิตคู่
คงไม่มีคู่แต่งงานคู่ไหนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยปราศจากปัญหา ความขัดแย้ง หรือเรื่องขัดอกขัดใจกัน หรือหากมีก็คงน้อยมากๆ เหตุที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะคนสองคนที่มาจากต่างครอบครัว ต่างการเลี้ยงดู เมื่อมาใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยาย่อมต้องใช้เวลาในการปรับตัวนั่นเอง และในช่วงเวลาแห่งการปรับตัวนั้น โอกาสที่จะเกิดความไม่เข้าใจกัน น้อยอกน้อยใจกัน ย่อมสามารถเกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ดี สำหรับคู่ที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว เรามีเคล็ดลับเติมรักให้ชีวิตคู่ด้วยกฎ “4 ย.” จาก สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาฝากกันค่ะ ซึ่งทั้ง 4 ย. จะประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ
1. ย.ยกย่อง
ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนย่อมปรารถนาได้ยินได้ฟังคำพูดที่อ่อนหวาน ไพเราะ เอื้ออาทร ห่วงใย ให้กำลังใจ ให้เกียรติกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง คำพูดที่ออกมาจากใจ บนพื้นฐานของสติปัญญาและความรักความเมตตานั้นเป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองและโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์
2. ย.ยินยอมและยืดหยุ่น
ความอดทนอดกลั้น บนพื้นฐานของความรักความเข้าใจนั้น ถือเป็นเคล็ดลับสำคัญของชีวิตคู่ดังคำกล่าวที่ว่า “บ้าน...สร้างจากหิน อิฐ และไม้ แต่บ้านเปี่ยมรัก...สร้างจากความรักและความเข้าใจ” ความสัมพันธ์ที่สมดุลและแนบแน่น จำเป็นต้องประกอบด้วยการให้และการรับที่เหมาะสม ดังนั้น ชีวิตคู่ต้องเรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง
3. ย.แยกแยะ
ชีวิตคู่สามีภรรยาเป็นธรรมดาที่ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งให้หงุดหงิดใจ และเป็นธรรมดาอีกเช่นกันที่เราอาจมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องในที่ทำงาน หากถือหลักความอดทนอดกลั้น เข้าใจ ให้อภัย และพบกันครึ่งทางให้ได้ดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว โอกาสที่จะนำปัญหาชีวิต การงาน และครอบครัวมาปะปนกันในแต่ละวันก็จะลดน้อยลง ดังนั้น การรู้จักแยกแยะปัญหาแต่ละเรื่องออกจากกันโดยใช้สติกำกับกาย วาจาและจิตใจ รู้จักคิดก่อนพูดและกระทำ รวมทั้งคิดทุกคำที่พูด แต่ไม่พูดทุกคำที่คิด จะช่วยให้สถานการณ์ความยุ่งยากต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ในที่สุด
4. ย.ยืนหยัด
ไม่ว่าปัญหาใดเกิดขึ้น หากถือหลักที่ว่า มองสิ่งดีด้วยใจดีมีแต่ได้ มองสิ่งร้ายด้วยใจดีไม่มีเสีย ก็จะทำให้เกิดกำลังใจในการดำเนินชีวิต รวมทั้งมองทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา-ผ่านออกไปเป็นเรื่องปกติได้
ทั้ง 4 ย.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคู่ที่กำลังมีปัญหาความไม่เข้าใจกัน หรือน้อยอกน้อยใจกันให้ได้กลับมาเข้าใจกันใหม่ แต่นอกเหนือไปจากนั้น เราคงต้องยอมรับด้วยว่า การใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคน ไม่ควรมีทิฐิมากจนเกินไป หรือมองว่าตนเองถูกแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะนั่นจะทำให้ทั้ง 4 ย.เกิดขึ้นไม่ได้เลยนั่นเอง
อย่างไรก็ดี สำหรับคู่ที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าว เรามีเคล็ดลับเติมรักให้ชีวิตคู่ด้วยกฎ “4 ย.” จาก สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาฝากกันค่ะ ซึ่งทั้ง 4 ย. จะประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ
1. ย.ยกย่อง
ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนย่อมปรารถนาได้ยินได้ฟังคำพูดที่อ่อนหวาน ไพเราะ เอื้ออาทร ห่วงใย ให้กำลังใจ ให้เกียรติกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง คำพูดที่ออกมาจากใจ บนพื้นฐานของสติปัญญาและความรักความเมตตานั้นเป็นพลังเสริมสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองและโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์
2. ย.ยินยอมและยืดหยุ่น
ความอดทนอดกลั้น บนพื้นฐานของความรักความเข้าใจนั้น ถือเป็นเคล็ดลับสำคัญของชีวิตคู่ดังคำกล่าวที่ว่า “บ้าน...สร้างจากหิน อิฐ และไม้ แต่บ้านเปี่ยมรัก...สร้างจากความรักและความเข้าใจ” ความสัมพันธ์ที่สมดุลและแนบแน่น จำเป็นต้องประกอบด้วยการให้และการรับที่เหมาะสม ดังนั้น ชีวิตคู่ต้องเรียนรู้ที่จะพบกันครึ่งทาง
3. ย.แยกแยะ
ชีวิตคู่สามีภรรยาเป็นธรรมดาที่ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งให้หงุดหงิดใจ และเป็นธรรมดาอีกเช่นกันที่เราอาจมีเรื่องหงุดหงิดรำคาญใจผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องในที่ทำงาน หากถือหลักความอดทนอดกลั้น เข้าใจ ให้อภัย และพบกันครึ่งทางให้ได้ดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว โอกาสที่จะนำปัญหาชีวิต การงาน และครอบครัวมาปะปนกันในแต่ละวันก็จะลดน้อยลง ดังนั้น การรู้จักแยกแยะปัญหาแต่ละเรื่องออกจากกันโดยใช้สติกำกับกาย วาจาและจิตใจ รู้จักคิดก่อนพูดและกระทำ รวมทั้งคิดทุกคำที่พูด แต่ไม่พูดทุกคำที่คิด จะช่วยให้สถานการณ์ความยุ่งยากต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ในที่สุด
4. ย.ยืนหยัด
ไม่ว่าปัญหาใดเกิดขึ้น หากถือหลักที่ว่า มองสิ่งดีด้วยใจดีมีแต่ได้ มองสิ่งร้ายด้วยใจดีไม่มีเสีย ก็จะทำให้เกิดกำลังใจในการดำเนินชีวิต รวมทั้งมองทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา-ผ่านออกไปเป็นเรื่องปกติได้
ทั้ง 4 ย.เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคู่ที่กำลังมีปัญหาความไม่เข้าใจกัน หรือน้อยอกน้อยใจกันให้ได้กลับมาเข้าใจกันใหม่ แต่นอกเหนือไปจากนั้น เราคงต้องยอมรับด้วยว่า การใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคน ไม่ควรมีทิฐิมากจนเกินไป หรือมองว่าตนเองถูกแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะนั่นจะทำให้ทั้ง 4 ย.เกิดขึ้นไม่ได้เลยนั่นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
หาลูกค้าเรื่องง่ายๆ
การหาลูกค้าสำหรับตัวแทนใหม่นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับตัวแทนรุ่นเก๋านั้น เป็นเรื่องง่ายเสมอ มาดูกันครับเทคนิคที่รุ่นพี่ทำกัน เป็นฝ่ายร...
-
ชีวิตเหมือนการโยนลูกบอลห้าลูก งาน ครอบครัว สุขภาพ เพื่อน จิตวิญญาณ คุณจะโยนลูกบอลทั้งห้าให้ลอยในอาศ คุณจะเริ่มเข้าใจว่าลูกบอลงานเป็นบ...
-
ในหนังสือพ่อรวยสอนลูกมีตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “คนรวยเสียภาษีน้อย คนจนเสียภาษีมาก” ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้มีมูลความจริงเพราะว่าผู้ที่...
-
>> คนเราจะประสบความสำเร็จได้ วิธีคิดเป็นสิ่งที่สำคัญ<< คิดเล็กได้เล็ก คิดใหญ่ได้ใหญ่ อยากได้สิ่งใดต้องรู้จักคิด แ...
