| เด็กดื้อ...สาเหตุ...วิธีป้องกัน...วิธีปราบ |
| ทำไมเด็กดื้อ ผศ.นฤมล ธีระรังสิกุล สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง พบกันในรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” เวลานี้เหมือนเดิมนะคะ เราจะมาพูดคุยกันถึงพฤติกรรมของเด็กดื้อ เชิญท่านรับฟังได้ค่ะ เราคงได้ยินคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่บ่นว่าช่วงนี้ลูกดื้อ เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่ ถ้ามีการขัดใจขึ้นมาแล้วเป็นเกิดเรื่องทุกที บางทีโกรธจัดก็ทุบข้าวของที่อยู่ใกล้ๆตัว ซึ่งฟังดูแล้วก็นึกสงสารทั้งลูกและคุณพ่อคุณแม่ แต่บางรายก็เป็นประเภทที่เรียกว่าดื้อเงียบ ไม่ได้ทำลายข้าวของ ไม่พูดบ่น แต่ไม่ทำตาม ปัญหาเด็กดื้อนี้โดยทั่วไปพบได้เสมอ และถ้าไม่หาสาเหตุเพื่อช่วยเหลือแก้ไข ความดื้อก็จะติดเป็นนิสัย พฤติกรรมของเด็กดื้อเป็นอย่างไร? เด็กดื้อคืออาการที่เด็กไม่เชื่อฟัง พูดไม่เชื่อ ทำหูทวนลม ต่อต้าน โต้เถียง หรือทำสิ่งตรงข้ามกับที่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่บอก ก่อนอื่นควรค้นหาสาเหตุนั้นเกิดจากอะไร สาเหตุที่ทำให้เด็กดื้อ คือ - พ่อแม่ควรรู้ว่าเป็นลักษณะพัฒนาการปกติของเด็กวัย 1-2 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ มีความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง ต้องการทำอะไรตามใจตัวเอง บางทีเด็กกำลังเล่นเพลินอยู่กับอะไรบางอย่าง ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเรื่องที่เด็กมีความสนใจอยู่ จะเอาแต่ใจตนเองก็ไปทำการขัดขืนความต้องการของเด็ก เด็กก็ไม่พอใจ แต่เด็กพูดบอกเหตุผลโต้แย้งไม่ได้ บอกความในใจก็ไม่ได้ จึงแสดงอาการโกรธเคืองหรือไม่ทำตามที่ผู้ใหญ่บอก และบางครั้งการที่เด็กดื้อไม่เชื่อฟังเป็นเพราะเด็กไม่เข้าใจคำที่ผู้ใหญ่สอน เด็กเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบ ดังนั้นจึงควรสอนด้วยการกระทำมากกว่าการพูดห้าม ซึ่งเด็กจะเบื่อและไม่ยอมทำตาม - ถ้าเด็กเริ่มย่างเข้าวัยรุ่น เด็กต้องการความเป็นอิสระและสิทธิส่วนตัว ไม่ต้องการให้ผู้อื่นมายุ่งกับตนเองมากเกินไป ทำให้มีความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ เด็กก็จะต่อต้านไม่ปฏิบัติตาม - พฤติกรรมการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกต้อง เช่น พ่อแม่หรือผู้ใหญ่เลี้ยงดูเด็กแบบเข้มงวด ตีกรอบให้เด็กมากเกินไป เด็กจะเกิดความอึดอัดและคับข้องใจ จนเกิดอารมณ์ ไม่เชื่อฟัง ทำหูทวนลม เรียกลักษณะนี้ว่าดื้อเงียบ หรือการเลี้ยงดูแบบตามใจเด็กมากเกินไป บางครั้งเด็กสามารถขู่ผู้ใหญ่ได้ ยิ่งถ้ายอมตามใจเพื่อไม่ให้เด็กอาละวาด เด็กจะยิ่งดื้อ ไม่เชื่อฟังและเคยชินกับการตามใจตัวเอง จะทำให้ปรับตัวเข้ากับคนอื่นยาก หรือการเลี้ยงดูแบบปกป้องมากเกินไป พ่อแม่บางคนกลัวลูกทำผิดพลาดเลยทำให้ทั้งหมด จนเด็กไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กลายเป็นเด็กเฉื่อยชาไม่รับผิดชอบ ต้องมีผู้ใหญ่ควบคุม นอกจากนั้นการที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ทอดทิ้งเด็ก ทำให้เด็กรู้สึกว่าไม่มีใครรัก ไม่มีความสุข กังวลใจ หมดกำลังใจที่จะทำตามความคาดหวังของผู้ใหญ่ จึงมีพฤติกรรมเฉื่อยชา ดื้อและต่อต้านได้ หรือผู้ใหญ่มีพฤติกรรมรุนแรงกับเด็ก เช่น ทำโทษรุนแรง สบประมาท ทำให้เด็กรู้สึกโกรธ อยากแก้แค้น และยั่วยุให้ผู้ใหญ่โกรธ - ผู้ใหญ่ปฏิบัติไม่สม่ำเสมอ ไม่คงเส้นคงวา บางครั้งห้ามทำสิ่งนี้ แต่บางครั้งทำได้ เด็กจะสับสนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ผู้ใหญ่จะเอาอย่างไรกันแน่ จึงใช้วิธีการไม่ปฏิบัติ และใช้การต่อรอง เพื่อดูว่าผู้ใหญ่จะเอาจริงแค่ไหน - ผู้ใหญ่สื่อความหมายไม่เข้าใจ บางครั้งไม่พูดตรงๆ บ่นมาก หรือพูดสั้นจนเด็กไม่เข้าใจความหมาย เด็กจึงทำตามไม่ถูก - ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ไม่ดี เด็กจึงไม่ปฏิบัติตาม - เด็กมีความบกพร่องทางร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางเชาวน์ปัญญา หรือความผิดปกติทางการได้ยิน ทำให้ไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด ทำให้ไม่ทำตาม การแก้ไขความดื้อของเด็ก คือ - ต้องอาศัยการปรับปรุงของผู้ใหญ่พ่อแม่หรือคนในครอบครัวเป็นส่วนใหญ่เพราะมักมีพฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกไม่เหมาะสม ควรเลี้ยงแบบประชาธิปไตย ไม่เข้มงวดหรือปล่อยปละละเลยเกินไป และที่สำคัญคือเข้าใจและยอมรับธรรมชาติของเด็กแต่ละวัย ผู้ใหญ่ควรมีความเข้าใจในอารมณ์เด็ก เมื่อเด็กมีความสนใจหรือกำลังเพลินกับสิ่งที่เขาสนใจ ไม่ควรให้เด็กทำตามความต้องการของตนเองทันที ควรให้เวลากับเด็ก - ไม่เอาชนะเด็กตรงๆ ควรมีเทคนิคการจูงใจให้เด็กอยากทำ การบอกซ้ำๆ หรือคะยั้นคะยอ จะทำให้เด็กต่อต้าน ผู้ใหญ่ไม่ควรคาดหวังให้เด็กทำตามทันที ควรให้เวลาแก่เด็กบ้าง - หลีกเลี่ยงการต่อล้อต่อเถียงซึ่งจะนำไปสู่การทะเลาะวิวาท - ผู้ใหญ่ควรมีท่าทีจริงจัง ผู้ใหญ่ทำให้เด็กดื้อโดยไม่รู้ตัวบ่อยๆ เช่น เมื่อสั่งแล้วเด็กไม่ทำ ผู้ใหญ่ก็ทำให้เอง เด็กจะกลายเป็นคนเพิกเฉย ไม่ใส่ใจคำพูดของผู้ใหญ่ - ไม่พูดถึงเด็กในทางลบบ่อยๆ เด็กจะรู้สึกเป็นจริงตามที่ผู้ใหญ่พูด เช่น “หนูเป็นเด็กดื้อไม่ฟังใคร” แต่ควรส่งเสริมให้เด็กเห็นข้อดีด้านบวกของตนเอง เช่น “หนูเป็นเด็กมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น” - สร้างสัมพันธภาพและความเข้าใจอันดีอยู่เสมอ การที่เด็กรู้ว่ามีคนรักและเข้าใจเขา เด็กจะรู้สึกมั่นคงว่ามีความรักตอบสนอง ทำให้เคารพและเชื่อฟัง - เมื่อเด็กว่าง่ายและเชื่อฟัง ควรกล่าวคำชมเชยและให้กำลังใจเด็ก การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่า เด็กแสดงอาการดื้อนั้นเกิดจากอะไร และแก้ไขในสาเหตุนั้น โดยพ่อแม่หรือผู้ใหญ่พยายามเข้าใจเด็กและพูดคุยกับเด็กด้วยภาษาง่ายๆ ให้เหมาะสมตามวัย จะช่วยให้พฤติกรรมของเด็กดีขึ้น บางครั้งพ่อแม่หรือผู้ใหญ่จะต้องใช้ความอดทน ไม่ใช่การเอาชนะเด็ก ควรทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก มิใช่ว่าผู้ใหญ่หรือพ่อแม่เอาแต่ใจตนเอง เด็กก็จะจดจำภาพนั้นและเลียนแบบตามค่ะ เทคนิควิธีจัดการกับ “เด็กดื้อ” ข้อควรปฏิบัติเวลาจะบอกให้เด็กทำอะไร 1. เรียกให้เด็กสนใจฟังคุณ และหันมามองคุณก่อนจะบอกให้เด็กทำอะไร เช่น “ต้อม...มองหน้าแม่ ซิ... แม่จะบอกอะไรหน่อยครับ” 2. ชมเด็กทันทีที่เด็กหันมาให้ความสนใจที่คุณ “ดีมากครับ...ที่หันมามองแม่” 3. ให้ใช้คำพูดที่ง่าย สั้น และชัดเจนทีละคำสั่ง เช่น “เอาล่ะ...ช่วยเอาผ้านี่ไปใส่ตะกร้าให้แม่ทีครับ” สิ่งที่ควรระลึกไว้ 1. สิ่งที่คุณต้องการให้เด็กทำต้องเป็นสิ่งที่เด็กทำได้ อย่าสั่งหรือคาดหวังให้เด็กทำในสิ่งที่เกินความสามารถของเด็ก 2. บอกให้เด็กทำงานทีละชิ้นเพียงครั้งเดียว ให้เวลา 5 วินาที สำหรับเด็กในการทำตามที่คุณบอก อย่าพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 3. หลีกเลี่ยงการบอกให้เด็กทำงานชิ้นที่ 2 ในขณะที่เขากำลังทำงานชิ้นแรกอยู่ 4. ถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะเด็ดขาด เอาจริงกับเด็กเวลาเด็กต่อต้านคุณ คุณก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกให้เด็กทำอะไร เมื่อเด็กเชื่อฟัง ทำตามที่คุณบอก ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ให้คำชมทันทีที่เด็กเริ่มทำตามที่คุณบอก “ดีมากครับ...ที่น้องโจลุกมาเก็บของเล่นทันทีที่แม่เรียก... แม่พอใจมากเลย” 2. ให้คำชมอีกครั้งเมื่อเด็กทำงานที่คุณสั่งสำเร็จ “เยี่ยมจริงๆ...แม่เห็นเลยว่าหนูตั้งใจล้างจานพวกนี้จนสะอาด...เก่งมากคะ” 3. อย่าลืมภาษากาย!!...แสดงความชื่นชมโดยการหอม กอด ลูบหัว ฯลฯ หากเด็กไม่ทำตามสั่งภายใน 5 วินาที ทำอย่างไร 1. เริ่มนับ “1...2...3” (ต้องมีการคุยกับเด็กเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า หากนับถึง 3 แล้วเด็กยังไม่ทำตามที่ คุณบอกจะเกิดอะไรตามมา) 2. หากนับถึง 3 แล้วเด็กยังไม่ทำตามที่คุณบอก ต้องเอาจริง เด็ดขาดในการลงโทษตามกฎที่ตกลงกันไว้ เช่น ริบของเล่น หักค่าขนม ปิดทีวี ปิดเกม ตัดสิทธิในที่เด็กชอบ ฯลฯ อย่าดีแต่บ่น...ขู่ หรือใจอ่อน 3. เพิกเฉยหากเด็กทำท่าทางไม่เหมาะสม เพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือแสดงความหงุดหงิดไม่พอใจ เช่น บ่น งอน ปึงปัง โวยวาย ฯลฯ เด็กที่ดื้ออาจเชื่อฟังมากขึ้น เมื่อคุณพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ นุ่มนวล ไม่ใช้อารมณ์ ให้โอกาสเด็กได้เลือกสิ่งที่คุณต้องการให้ทำ (แต่สิ่งที่คุณกำหนดต้องเป็นสิ่งที่คุณยอมรับได้) เช่น หากคุณต้องการให้เด็กอาบน้ำและแปรงฟัน คุณอาจจะพูดกับเด็กว่า “โอ๋...ได้เวลาอาบน้ำ แปรงฟันแล้วครับ...แม่ให้เลือกเอาว่าโอ๋จะอาบน้ำก่อน หรือแปรงฟันก่อนดีครับ” หากเด็กไม่ยอมเลือกอะไรเลย เตือนเด็กอีกครั้งว่าบทลงโทษของเราสำหรับเด็กที่ไม่เชื่อฟัง คืออะไรโดยใช้คำพูดทำนองนี้ แม่ก็จำเป็นต้องทำตามกฎที่เราคุยกันไว้.............” ที่มา: สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี |
วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554
การจัดการเด็กดื้อ วิธีปราบ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
หาลูกค้าเรื่องง่ายๆ
การหาลูกค้าสำหรับตัวแทนใหม่นั้นอาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับตัวแทนรุ่นเก๋านั้น เป็นเรื่องง่ายเสมอ มาดูกันครับเทคนิคที่รุ่นพี่ทำกัน เป็นฝ่ายร...
-
ชีวิตเหมือนการโยนลูกบอลห้าลูก งาน ครอบครัว สุขภาพ เพื่อน จิตวิญญาณ คุณจะโยนลูกบอลทั้งห้าให้ลอยในอาศ คุณจะเริ่มเข้าใจว่าลูกบอลงานเป็นบ...
-
ในหนังสือพ่อรวยสอนลูกมีตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “คนรวยเสียภาษีน้อย คนจนเสียภาษีมาก” ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้มีมูลความจริงเพราะว่าผู้ที่...
-
>> คนเราจะประสบความสำเร็จได้ วิธีคิดเป็นสิ่งที่สำคัญ<< คิดเล็กได้เล็ก คิดใหญ่ได้ใหญ่ อยากได้สิ่งใดต้องรู้จักคิด แ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น